ข้อมูลงานวิจัย รายงานข้อมูล

งานวิจัยรื่อง รูปแบบการติดตามประเมินเสริมพลังองค์กรชุมชนจัดการตนเองเพื่อสุขภาวะเชิงสร้างสรรค์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคีพื้นที่ภาคเหนือ
รูปแบบการติดตามประเมินเสริมพลังองค์กรชุมชนจัดการตนเองเพื่อสุขภาวะเชิงสร้างสรรค์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคีพื้นที่ภาคเหนือ

นักวิจัย
หัวหน้าโครงการ : รศ.ดร.ฉัตรนภา พรหมมา
ผู้ร่วมวิจัย :
ผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่ :
วัตถุประสงค์
1. เพื่อศึกษาสถานภาพ และแนวทางพัฒนาการประเมินเสริมพลังองค์กรชุมชนจัดการตนเองเพื่อสุขภาวะ เชิงสร้างสรรค์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีพื้นที่ภาคเหนือ 2. เพื่อพัฒนาตัวชี้วัดและเกณฑ์ประเมินองค์กรชุมชนจัดการตนเองเพื่อสุขภาวะเชิงสร้างสรรค์แบบมี ส่วนร่วม 3.เพื่อพัฒนารูปแบบการติดตามประเมินเสริมพลังองค์กรชุมชนจัดการตนเองเพื่อสุขภาวะเชิงสร้างสรรค์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีพื้นที่ภาคเหนือ 4.เพื่อจัดการความรู้ สังเคราะห์สารสนเทศและองค์ความรู้จากการติดตามประเมินเพื่อพัฒนาทั้งเชิงปฏิบัติ และนโยบาย
คำสำคัญ
นโยบายด้านสาธารณสุขของรัฐบาลให้ความสำคัญกับระบบประกันสุขภาพครอบคลุมประชาชนเท่าเทียม สร้างกลไกจัดการสุขภาพระดับเขต เตรียมพร้อมเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ พัฒนาระบบเฝ้าระวังโรคระบาด แก้ปัญหาแม่วัยรุ่น กำกับปัญหาอุ้มบุญ ปลูกถ่ายอวัยวะ และสเต็มเซลล์ จากนโยบายทั้งหมด 11 ข้อ มีนโยบายที่เกี่ยวข้องกับสาธารณสุข คือ การเตรียมความพร้อมการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ในด้านคุณภาพชีวิต ตั้งแต่จัดระบบการดูและ ไปจนถึงการพัฒนาระบบการเงินการคลัง ซึ่งประเด็นนี้แฝงอยู่ในนโยบายข้อ 3 การลดความเหลื่อมล้ำและการสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการของรัฐ ขณะที่นโยบายในด้านสาธารณสุขทั้งหมดอยู่ในข้อ 5 เริ่มที่ วางรากฐานระบบประกันสุขภาพครอบคลุมประชากร โดยไม่มีความเหลื่อมล้ำและบูรณาการข้อมูลทุกกองทุนสุขภาพร่วมกันเน้นป้องกันโรคมากกว่ารอป่วย สร้างกลไกจัดการสุขภาพในระดับเขตแทนการกระจุกตัวที่ส่วนกลาง สร้างความเข้มแข็งระบบเฝ้าระวังโรคระบาด แก้ไขปัญหาอุบัติเหตุจราจร ส่งเสริมกีฬาเพื่อสุขภาพ แก้ปัญหาตั้งครรภ์ในวัยรุ่น กำกับควบคุมการอุ้มบุญ การปลูกถ่ายอวัยวะ และสเต็มเซลล์ พัฒนาขีดความสามารถวิจัยด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยมีรายละเอียดทั้งหมด ดังนี้ ข้อ 3 การลดความเหลื่อมล้ำของสังคม และการสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการของรัฐ โดยระบุในข้อ 3.4 ว่า เตรียมความพร้อมเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตและการมีงานหรือกิจกรรมที่เหมาะสม เพื่อสร้างสรรค์และไม่ก่อภาระต่อสังคมในอนาคต โดยจัดเตรียมระบบการดูแลในบ้าน สถานพักฟื้น และโรงพยาบาล ที่เป็นความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน และครอบครัว รวมทั้งพัฒนาระบบการเงินการคลังสำหรับการดูแลผู้สูงอายุ ข้อ 5 การยกระดับคุณภาพบริการด้านสาธารณสุขและสุขภาพของประชาชน รัฐบาลจะวางรากฐาน พัฒนา และเสริมความเข้มแข็งให้แก่การให้บริการด้านสาธารณสุขและสุขภาพโดยเน้นความทั่วถึง ความมีคุณภาพ และประสิทธิภาพดังนี้ 5.1 วางรากฐานให้ระบบหลักประกันสุขภาพครอบคลุมประชากรในทุกภาคส่วนอย่างมีคุณภาพ โดยไม่มีความเหลื่อมล้ำของคุณภาพบริการในแต่ละระบบ และบูรณาการข้อมูลระหว่างทุกระบบหลักประกันสุขภาพเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ 5.2 พัฒนาระบบบริการสุขภาพ โดยเน้นการป้องกันโรคมากกว่ารอให้เจ็บป่วยแล้วจึงมารักษา สร้างกลไกการจัดการสุขภาพในระดับเขตแทนการกระจุกตัวอยู่ที่ส่วนกลาง ปรับระบบการจ้างงาน การกระจายบุคลากรและทรัพยากรสาธารณสุขให้เหมาะสมกับท้องถิ่น และให้ภาคเอกชนสามารถมีส่วนร่วมในการจ้างบุคลากร เพื่อจัดบริการสาธารณสุขโดยรัฐเป็นผู้กำกับดูแล สนับสนุนความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชนในการพัฒนาระบบบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข โดยส่งเสริมการมีส่วนร่วมลงทุนและการใช้ทรัพยากรและบุคลากรร่วมกัน โดยมีข้อตกลงที่รัดกุมและเป็นประโยชน์แก่ทุกฝ่าย 5.3 เสริมความเข้มแข็งของระบบเฝ้าระวังโรคระบาด โดยเฉพาะโรคอุบัติใหม่และโรคอุบัติซ้ำ โดยมีเครือข่ายหน่วยเฝ้าระวัง หน่วยตรวจวินิจฉัยโรค และหน่วยที่สามารถตัดสินใจเชิงนโยบายในการสกัดกั้นการแพร่กระจายได้อย่างทันท่วงที 5.5 ส่งเสริมการกีฬาเพื่อสุขภาพ ใช้กีฬาเป็นสื่อในการพัฒนาลักษณะนิสัยเยาวชนให้มีน้ำใจนักกีฬา มีวินัย ปฏิบัติตามกฎกติกามารยาท และมีความสามัคคี อีกทั้งพัฒนานักกีฬาให้มีศักยภาพสามารถแข่งขันในระดับนานาชาติจนสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศชาติ 5.6 ประสานการทำงานระหว่างภาคส่วนต่างๆ ในสังคม เพื่อป้องกันและแก้ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น และปัญหาด้านการแพทย์และจริยธรรมของการอุ้มบุญ การปลูกถ่ายอวัยวะและสเต็มเซลล์ โดยจัดให้มีมาตรการและกฎหมายที่รัดกุม เหมาะสมกับประเด็นปัญหาใหม่ของสังคม จากสภาพการปัจจุบันพบว่า ศูนย์จัดการตำบลสุขภาวะและเครือข่าย อบต.เจดีย์ชัยมีข้อมูลพื้นฐานทั่วไป และข้อมูลด้านต่าง ๆ เกี่ยวกับสุขภาวะของชุมชน ไม่ว่าจะเป็นข้อมูล RECAP TCNAP ข้อมูลจาก รพ.สต. ข้อมูลจาก ร.ร. หรือข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่ยังไม่ได้มีการจัดการและเชื่อมโยงเพื่อการใช้ประโยชน์ด้านวิจัยและพัฒนาเพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนักวิจัยเองก็ไม่ทราบว่าชุมชนมีข้อมูลด้านสุขภาวะอะไรบ้างทำให้ไม่สามารถดึงศักยภาพข้อมูลของชุมชนออกมาใช้ได้ เนื่องจากข้อมูลจากทั้งสองส่วนยังไม่ถูกบูรณาการร่วมกัน จึงเกิดการลงพื้นที่ซ้ำซ้อนในความต้องการข้อมูลเดียวกันรวมถึงแกนนำและนักวิชาการในพื้นที่ยังต้องการการเสริมทักษะในด้านการจัดการข้อมูลด้านสุขภาวะเพื่อส่งต่อโจทย์และประเด็นปัญหาในพื้นที่เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลสู่ใช้ประโยชน์ร่วมกันอย่างครอบคลุม ปัจจุบันปัญหาสุขภาพเกิดจากการที่ประชาชนมีปัจจัยเสี่ยงจากสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงข้อมูลจาก RECAP TCNAP พบว่าประชาชนในตำบลเจดีย์มีสถิตการเจ็บป่วยจากโรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคอ้วน ความดันโลหิต เพิ่มมากขึ้น (ข้อมูล TCNAP ตำบลเจดีย์ชัย. 2558) หากไม่เร่งแก้ไขปัญหาสุขภาพดังกล่าวจะทำให้มีปัญหาสุขภาพที่รุนแรงมากขึ้น ซึ่งโรคเหล่านี้ล้วนเกิดจากการมีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่ถูกต้องของคนในชุมชน ได้แก่ การปรับเปลี่ยนวิถีในการบริโภคอาหาร การรับประทานอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ การดื่มสุรา อาหารที่มีไขมันมากเกินไป การรับประทานอาหารที่ไม่ถูกหลักโภชนาการของเด็กก่อนวัยเรียน วัยรุ่น วัยทำงาน และผู้สูงวัย ตลอดจนการมีพฤติกรรมหรือการมีสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม เช่น ได้รับผลกระทบต่อการใช้สารเคมีของเกษตรกร ซึ่งโรคต่าง ๆ เหล่านี้สามารถป้องกันได้ โดยการเสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้กับแกนนำและคนในชุมชนเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพให้ตรงกับกลุ่มวัย การจัดพื้นที่หรือกิจกรรมสร้างสรรค์ที่เอื้อต่อการลดปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพสำหรับคนทุกกลุ่มวัย ตลอดจนการเสริมสร้างสมรรถนะให้กับองค์กรในชุมชน ภาคี หรือผู้ที่เกี่ยวข้องให้สามารถจัดการความรู้ด้านการดูแลสุขภาพของคนในชุมชน เพื่อแก้ไขปัญหา และพัฒนาชุมชนตนเองไปสู่เป้าหมายอย่างยั่งยืนอย่างเป็นระบบ มีความสามารถในการจัดการชุมชนและจัดความสัมพันธ์กับภาคี นำไปสู่การพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน
บทคัดย่อย
1 ชื่อโครงการวิจัย รูปแบบการติดตามประเมินเสริมพลังองค์กรชุมชนจัดการตนเองเพื่อสุขภาวะเชิงสร้างสรรค์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคีพื้นที่ภาคเหนือ ภายใต้แผนงานวิจัย การจัดการสุขภาวะโดยชุมชนเพื่อการพึ่งตนเองแบบมีส่วนร่วม 2. ความเป็นมา นโยบายด้านสาธารณสุขของรัฐบาลให้ความสำคัญกับระบบประกันสุขภาพครอบคลุมประชาชนเท่าเทียม สร้างกลไกจัดการสุขภาพระดับเขต เตรียมพร้อมเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ พัฒนาระบบเฝ้าระวังโรคระบาด แก้ปัญหาแม่วัยรุ่น กำกับปัญหาอุ้มบุญ ปลูกถ่ายอวัยวะ และสเต็มเซลล์ จากนโยบายทั้งหมด 11 ข้อ มีนโยบายที่เกี่ยวข้องกับสาธารณสุข คือ การเตรียมความพร้อมการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ในด้านคุณภาพชีวิต ตั้งแต่จัดระบบการดูและ ไปจนถึงการพัฒนาระบบการเงินการคลัง ซึ่งประเด็นนี้แฝงอยู่ในนโยบายข้อ 3 การลดความเหลื่อมล้ำและการสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการของรัฐ ขณะที่นโยบายในด้านสาธารณสุขทั้งหมดอยู่ในข้อ 5 เริ่มที่ วางรากฐานระบบประกันสุขภาพครอบคลุมประชากร โดยไม่มีความเหลื่อมล้ำและบูรณาการข้อมูลทุกกองทุนสุขภาพร่วมกันเน้นป้องกันโรคมากกว่ารอป่วย สร้างกลไกจัดการสุขภาพในระดับเขตแทนการกระจุกตัวที่ส่วนกลาง สร้างความเข้มแข็งระบบเฝ้าระวังโรคระบาด แก้ไขปัญหาอุบัติเหตุจราจร ส่งเสริมกีฬาเพื่อสุขภาพ แก้ปัญหาตั้งครรภ์ในวัยรุ่น กำกับควบคุมการอุ้มบุญ การปลูกถ่ายอวัยวะ และสเต็มเซลล์ พัฒนาขีดความสามารถวิจัยด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยมีรายละเอียดทั้งหมด ดังนี้ ข้อ 3 การลดความเหลื่อมล้ำของสังคม และการสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการของรัฐ โดยระบุในข้อ 3.4 ว่า เตรียมความพร้อมเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตและการมีงานหรือกิจกรรมที่เหมาะสม เพื่อสร้างสรรค์และไม่ก่อภาระต่อสังคมในอนาคต โดยจัดเตรียมระบบการดูแลในบ้าน สถานพักฟื้น และโรงพยาบาล ที่เป็นความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน และครอบครัว รวมทั้งพัฒนาระบบการเงินการคลังสำหรับการดูแลผู้สูงอายุ ข้อ 5 การยกระดับคุณภาพบริการด้านสาธารณสุขและสุขภาพของประชาชน รัฐบาลจะวางรากฐาน พัฒนา และเสริมความเข้มแข็งให้แก่การให้บริการด้านสาธารณสุขและสุขภาพโดยเน้นความทั่วถึง ความมีคุณภาพ และประสิทธิภาพดังนี้ 5.1 วางรากฐานให้ระบบหลักประกันสุขภาพครอบคลุมประชากรในทุกภาคส่วนอย่างมีคุณภาพ โดยไม่มีความเหลื่อมล้ำของคุณภาพบริการในแต่ละระบบ และบูรณาการข้อมูลระหว่างทุกระบบหลักประกันสุขภาพเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ 5.2 พัฒนาระบบบริการสุขภาพ โดยเน้นการป้องกันโรคมากกว่ารอให้เจ็บป่วยแล้วจึงมารักษา สร้างกลไกการจัดการสุขภาพในระดับเขตแทนการกระจุกตัวอยู่ที่ส่วนกลาง ปรับระบบการจ้างงาน การกระจายบุคลากรและทรัพยากรสาธารณสุขให้เหมาะสมกับท้องถิ่น และให้ภาคเอกชนสามารถมีส่วนร่วมในการจ้างบุคลากร เพื่อจัดบริการสาธารณสุขโดยรัฐเป็นผู้กำกับดูแล สนับสนุนความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชนในการพัฒนาระบบบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข โดยส่งเสริมการมีส่วนร่วมลงทุนและการใช้ทรัพยากรและบุคลากรร่วมกัน โดยมีข้อตกลงที่รัดกุมและเป็นประโยชน์แก่ทุกฝ่าย 5.3 เสริมความเข้มแข็งของระบบเฝ้าระวังโรคระบาด โดยเฉพาะโรคอุบัติใหม่และโรคอุบัติซ้ำ โดยมีเครือข่ายหน่วยเฝ้าระวัง หน่วยตรวจวินิจฉัยโรค และหน่วยที่สามารถตัดสินใจเชิงนโยบายในการสกัดกั้นการแพร่กระจายได้อย่างทันท่วงที 5.5 ส่งเสริมการกีฬาเพื่อสุขภาพ ใช้กีฬาเป็นสื่อในการพัฒนาลักษณะนิสัยเยาวชนให้มีน้ำใจนักกีฬา มีวินัย ปฏิบัติตามกฎกติกามารยาท และมีความสามัคคี อีกทั้งพัฒนานักกีฬาให้มีศักยภาพสามารถแข่งขันในระดับนานาชาติจนสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศชาติ 5.6 ประสานการทำงานระหว่างภาคส่วนต่างๆ ในสังคม เพื่อป้องกันและแก้ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น และปัญหาด้านการแพทย์และจริยธรรมของการอุ้มบุญ การปลูกถ่ายอวัยวะและสเต็มเซลล์ โดยจัดให้มีมาตรการและกฎหมายที่รัดกุม เหมาะสมกับประเด็นปัญหาใหม่ของสังคม จากสภาพการปัจจุบันพบว่า ศูนย์จัดการตำบลสุขภาวะและเครือข่าย อบต.เจดีย์ชัยมีข้อมูลพื้นฐานทั่วไป และข้อมูลด้านต่าง ๆ เกี่ยวกับสุขภาวะของชุมชน ไม่ว่าจะเป็นข้อมูล RECAP TCNAP ข้อมูลจาก รพ.สต. ข้อมูลจาก ร.ร. หรือข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่ยังไม่ได้มีการจัดการและเชื่อมโยงเพื่อการใช้ประโยชน์ด้านวิจัยและพัฒนาเพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนักวิจัยเองก็ไม่ทราบว่าชุมชนมีข้อมูลด้านสุขภาวะอะไรบ้างทำให้ไม่สามารถดึงศักยภาพข้อมูลของชุมชนออกมาใช้ได้ เนื่องจากข้อมูลจากทั้งสองส่วนยังไม่ถูกบูรณาการร่วมกัน จึงเกิดการลงพื้นที่ซ้ำซ้อนในความต้องการข้อมูลเดียวกันรวมถึงแกนนำและนักวิชาการในพื้นที่ยังต้องการการเสริมทักษะในด้านการจัดการข้อมูลด้านสุขภาวะเพื่อส่งต่อโจทย์และประเด็นปัญหาในพื้นที่เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลสู่ใช้ประโยชน์ร่วมกันอย่างครอบคลุม ปัจจุบันปัญหาสุขภาพเกิดจากการที่ประชาชนมีปัจจัยเสี่ยงจากสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงข้อมูลจาก RECAP TCNAP พบว่าประชาชนในตำบลเจดีย์มีสถิตการเจ็บป่วยจากโรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคอ้วน ความดันโลหิต เพิ่มมากขึ้น (ข้อมูล TCNAP ตำบลเจดีย์ชัย. 2558) หากไม่เร่งแก้ไขปัญหาสุขภาพดังกล่าวจะทำให้มีปัญหาสุขภาพที่รุนแรงมากขึ้น ซึ่งโรคเหล่านี้ล้วนเกิดจากการมีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่ถูกต้องของคนในชุมชน ได้แก่ การปรับเปลี่ยนวิถีในการบริโภคอาหาร การรับประทานอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ การดื่มสุรา อาหารที่มีไขมันมากเกินไป การรับประทานอาหารที่ไม่ถูกหลักโภชนาการของเด็กก่อนวัยเรียน วัยรุ่น วัยทำงาน และผู้สูงวัย ตลอดจนการมีพฤติกรรมหรือการมีสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม เช่น ได้รับผลกระทบต่อการใช้สารเคมีของเกษตรกร ซึ่งโรคต่าง ๆ เหล่านี้สามารถป้องกันได้ โดยการเสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้กับแกนนำและคนในชุมชนเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพให้ตรงกับกลุ่มวัย การจัดพื้นที่หรือกิจกรรมสร้างสรรค์ที่เอื้อต่อการลดปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพสำหรับคนทุกกลุ่มวัย ตลอดจนการเสริมสร้างสมรรถนะให้กับองค์กรในชุมชน ภาคี หรือผู้ที่เกี่ยวข้องให้สามารถจัดการความรู้ด้านการดูแลสุขภาพของคนในชุมชน เพื่อแก้ไขปัญหา และพัฒนาชุมชนตนเองไปสู่เป้าหมายอย่างยั่งยืนอย่างเป็นระบบ มีความสามารถในการจัดการชุมชนและจัดความสัมพันธ์กับภาคี นำไปสู่การพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน 3. ปัญหาวิจัย การติดตามประเมินโครงการที่ผ่านมายังมีลักษณะเฉพาะประเด็น เฉพาะพื้นที่ ขาดการสังเคราะห์ภาพรวมครบมิติพร้อมข้อเสนอเพื่อการพัฒนาที่เป็นรูปธรรมเพียงพอต่อการพัฒนาพื้นที่ที่สอดคล้องกับสถานการณ์และความต้องการจำเป็น อีกทั้งยังขาดตัวชี้วัด เกณฑ์ และรูปแบบการประเมินเพื่อให้ได้สารสนเทศที่นำไปพัฒนาเพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการองค์กรชุมชนเพื่อสุขภาวะเชิงสร้างสรรค์ที่เป็นกลไกเชิงระบบต่อเนื่อง 4. คำถามวิจัย รูปแบบการติดตามประเมินเสริมพลังองค์กรชุมชนจัดการตนเองเพื่อสุขภาวะเชิงสร้างสรรค์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคีพื้นที่ภาคเหนือ ควรมีรูปแบบเป็นอย่างไร 5. วัตถุประสงค์ของโครงการวิจัย 1. เพื่อศึกษาสถานภาพ และแนวทางพัฒนาการประเมินเสริมพลังองค์กรชุมชนจัดการตนเองเพื่อสุขภาวะ เชิงสร้างสรรค์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีพื้นที่ภาคเหนือ 2. เพื่อพัฒนาตัวชี้วัดและเกณฑ์ประเมินองค์กรชุมชนจัดการตนเองเพื่อสุขภาวะเชิงสร้างสรรค์แบบมี ส่วนร่วม 3.เพื่อพัฒนารูปแบบการติดตามประเมินเสริมพลังองค์กรชุมชนจัดการตนเองเพื่อสุขภาวะเชิงสร้างสรรค์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีพื้นที่ภาคเหนือ 4.เพื่อจัดการความรู้ สังเคราะห์สารสนเทศและองค์ความรู้จากการติดตามประเมินเพื่อพัฒนาทั้งเชิงปฏิบัติ และนโยบาย 6. ขอบเขต 1. การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม เพื่อพัฒนารูปแบบการติดตามประเมินเสริมพลังองค์กรชุมชนจัดการตนเองเพื่อสุขภาวะเชิงสร้างสรรค์ขององค์การบริหารส่วนตำบลเจดีย์ชัยและภาคี 2. การวิจัยนี้ดำเนินการศึกษาในประชาชน ผู้นำชุมชน และองค์กรในชุมชนองค์การบริหารส่วนตำบลเจดีย์ชัย เช่น กลุ่มอสม. กลุ่มเครือข่ายแหล่งเรียนรู้ในชุมชน กลุ่มเครือข่ายผู้ปกครอง กลุ่มวิสาหกิจชุมชน และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น องค์การบริหารส่วนตำบลเจดีย์ชัย โรงพยาบาลส่งเสริมตำบลเจดีย์ชัย และโรงเรียน……………………….……….……….. 7. ขั้นตอน 8. แผนปฏิบัติงาน ระยะเวลาดำเนินการ กรกฎาคม 2559 – มิถุนายน 2561 แผนปฏิบัติการ วัตถุประสงค์ กิจกรรม วดป./สถานที่ ผลที่คาดว่าจะได้รับ 1. เพื่อศึกษาสถานภาพ และแนวทางพัฒนาการประเมินเพื่อสนับสนุนองค์กรชุมชนจัดการตนเองเพื่อสุขภาพ เชิงสร้างสรรค์ของ อปท.เจดีย์ชัย และภาคี 1.1 ศึกษาสถานภาพศักยภาพและแนวทางพัฒนาโดยการสัมภาษณ์ผู้รู้ในพื้นที่และวิเคราะห์เอกสารที่เกี่ยวข้อง พ.ค.60 อบต.ริม อบต.เจดีย์ชัย อบต.บัวใหญ่  ได้สถานภาพ และแนวทางพัฒนารูปแบบการประเมินเพื่อสนับสนุนองค์กรชุมชนจัดการตนเองเพื่อสุขภาพเชิงสร้างสรรค์ของ อปท.เจดีย์ชัย และภาคี 1.2 ลงพื้นที่ตรวจข้อมูลตามสภาพจราจร 20-21 เม.ย.60 1.ได้รายงานผลการศึกษาสถานภาพศักยภาพและแนวทางพัฒนาที่ผ่านการตรวจสอบทานกับพื้นที่ 2. เพื่อพัฒนาตัวชี้วัดและเกณฑ์ประเมินองค์กรชุมชนจัดการตนเองเพื่อสุขภาวะเชิงสร้างสรรค์แบบมี ส่วนร่วม พัฒนาตัวชี้วัดและทดลองใช้ในสถานการณ์จริงอย่างน้อย 3 อปท.(อปท.ละอย่างน้อย3 องค์กรชุมชน) มี.ค.-ก.ค. 60 อบต.ริม อบต.เจดีย์ชัย อบต.บัวใหญ่  ได้ตัวชี้วัดและเกณฑ์ประเมินองค์กรชุมชนจัดการตนเองเพื่อสุขภาวะเชิงสร้างสรรค์  รายงานผลการทดลองใช้ตัวชี้วัดและเกณฑ์  คู่มือเครื่องมือการใช้เกณฑ์เพื่อการประเมิน 3. เพื่อพัฒนารูปแบบการติดตามประเมินเสริมพลังองค์กรชุมชนจัดการตนเองเพื่อ สุขภาวะเชิงสร้างสรรค์ของ อบต.เจดีย์ชัย และภาคี 3.1 ร่างรูปแบบการติดตามประเมินโดยผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากกิจกรรมข้อ 1 3.2 ทดลองใช้รูปแบบการประเมินกับพื้นที่ อบต.ริม 3.3. จัดทำรายงานผลการติดตามประเมินเสริมพลังการจัดการตนเองเพื่อสุขภาวะองค์กรชุมชนแบบร่วมมือกับภาคี มี.ค.-ส.ค.60 ได้รูปแบบการติดตามประเมินโดยผลการวิเคราะห์ข้อมูล 4. เพื่อจัดการความรู้ สังเคราะห์องค์ความรู้จากการติดตามผลเพื่อการหนุนเสริมการขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาวะขององค์กรชุมชนอย่างมีส่วนร่วม 4.1 จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้รายงานความก้าวหน้าผลการประเมินตนเองโดยองค์กรชุมชนและเสริมศักยภาพการปฏิบัติงาน โดยคณะติดตามเสริมพลัง พ.ค./ก.ค./ก.ย./พ.ย.60 (ทุกวันพุธสัปดาห์ที่ 2 ของเดือน) ได้แลกเปลี่ยนเรียนเรียนรู้ผลการประเมินตนเองและการใช้ผลยกระดับคุณภาพการปฏิบัติงาน ได้รายงานผลการประเมินและการใช้ผลเพื่อพัฒนา 4.2 การจัดการความรู้ สังเคราะห์องค์ความรู้จากการปฏิบัติงานการติดตามผล พ.ค.-พ.ย. 60 มรภ.และพื้นที่ปฏิบัติการ อบต.ริม อบต.เจดีย์ชัย อบต.บัวใหญ่ ได้รายงานผลการจัดการความรู้และสังเคราะห์องค์ความรู้เชิงประเด็นและเชิงพื้นที่จากการ จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ชุดความรู้จากการจัดการความรู้ การสังเคราะห์องค์ความรู้จากการปฏิบัติงานติดตามประเมินเพื่อการพัฒนาขององค์กรจัดการตนเองเพื่อสุขภาวะเชิงสร้างสรรค์ ได้ข้อมูลองค์กรชุนชนที่มีประสบการณ์ความสำเร็จและเป็นแบบปฏิบัติที่ดีในการจัดการตนเองเพื่อสุขภาวะสะสม เชิงสร้างสรรค์เป็นคลังความรู้เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการต่อยอดขยายผล 4.3 สังเคราะห์รูปแบบ การติดตามประเมินเสริมพลังองค์กรชุมชนจัดการตนเองเพื่อ สุขภาวะเชิงสร้างสรรค์ของ อบต.เจดีย์ชัยและภาคีพื้นที่ ภาคเหนือตอนบน ส.ค.-ธ.ค.60 อบต.ริม อบต.เจดีย์ชัย อบต.บัวใหญ่ ได้รายงานผลการสังเคราะห์รูปแบบการติดตามประเมิน เสริมพลังองค์กรชุมชนจัดการตนเองเพื่อสุขภาวะเชิงสร้างสรรค์ของ อบต.เจดีย์ชัย และภาคี พื้นที่ ภาคเหนือตอนบน 9. งบประมาณการวิจัย 110,000 บาท 10. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ ผลการติดตามประเมินผลและสนับสนุนการขับเคลื่อนงานแบบบูรณาการอย่างมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาพื้นที่ของมหาวิทยาลัยกับภาคีเครือข่าย โดยการเยี่ยมติดตามสนับสนุน การจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ความสำเร็จและภูมิปัญญาเด่นในพื้นที่ด้านการสร้างเสริมสุขภาวะ จะนำไปสู่ความร่วมมือเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาแนวทางใช้องค์ความรู้ นวัตกรรม และผลงานเด่นที่มีอยู่ เป็นฐานเพื่อการต่อยอดขยายผล นอกจากนี้ผลจากการดำเนินโครงการติดตามผลครั้งนี้ยังจะช่วยให้ได้ข้อมูลที่มีส่วนในการพัฒนาที่เป็นรูปธรรมยิ่งขึ้นโดยเฉพาะในประเด็นต่อไปนี้ 1. ข้อมูลผลการสังเคราะห์ภาพรวมครบมิติพร้อมข้อเสนอเพื่อการพัฒนาที่เป็นรูปธรรมเพียงพอต่อการพัฒนาพื้นที่ที่สอดคล้องกับสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงที่มีความพร้อมต่อการพัฒนาองค์กรชุมชนจัดการตนเองเพื่อสุขภาวะเชิงสร้างสรรค์ของอบต.เจดีย์ชัยและภาคีเครือข่าย 2. ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการประสานความร่วมมือสู่เป้าหมายร่วมพัฒนาที่เป็นระบบยั่งยืน 3. ข้อมูลสถานการณ์และปัญหาเพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาพื้นที่ของมหาวิทยาลัย อปท.และภาคีเครือข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ 4. ผลการจัดการความรู้ สังเคราะห์องค์ความรู้ และชุดความรู้ที่สมบูรณ์โดยเฉพาะในส่วนของผลลัพธ์(OUT COME) และผลกระทบ (IMPACT) เพื่อการต่อยอดขยายผลโดยเฉพาะในส่วนของกลไกการทำงานแบบบูรณาการอย่างมีส่วนร่วมที่มีการเตรียมการพัฒนาองค์กรชุมชนจัดการตนเองเพื่อสุขภาวะเชิงสร้างสรรค์ของอบต.เจดีย์ชัยและภาคีเครือข่าย
เอกสารงานวิจัย

ผลการใช้ประโยชน์ในพื้นที่

Notes

ข้อมูลจากระบบ LRD : Local Research Development System.

ย้อนกลับ