ข้อมูลงานวิจัย รายงานข้อมูล

งานวิจัยรื่อง การพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ขององค์กรชุมชนและภาคีเครือข่ายเพื่อสร้างเสริมสุขภาวะคน 3 วัย กรณีศึกษา อบต.แดนชุมพล อ.สูงเม่น จ.แพร่
-

นักวิจัย
หัวหน้าโครงการ : นางสงกรานต์ ถุงแก้ว
ผู้ร่วมวิจัย :
ผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่ :
วัตถุประสงค์
-
คำสำคัญ
ทุกวันนี้ต้องยอมรับกันแล้วว่าการเมืองเป็นเรื่องใกล้ตัวมาก ปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมไทยไม่ใช่เพียงแต่วัยรุ่นเท่านั้นแม้แต่วัยทำงานหรือวัยแซยิดก็ยังมีปัญหา การเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์เป็นพัฒนาการที่เกิดขึ้นตามวัยต่างๆ อย่างต่อเนื่อง วัยทารกเป็นวัยที่เจริญเติบโตจนเห็นการเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจน ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ทารกจะสามารถปรับตัวเข้ากับบุคคลและสภาพแวดล้อมรอบๆ ได้อย่างรวดเร็วแต่ทารกยังช่วยเหลือตนเองไม่ได้ จึงต้องการการดูแลเอาใจใส่ด้วยความรัก ความนุ่มนวล อ่อนโยนจากผู้เลี้ยงดู ทารกที่ได้รับความรักความอบอุ่นเพียงพอ จะเรียนรู้สิ่งแวดล้อมได้อย่างรวดเร็ว มีทัศนคติที่ดีต่อบุคคลทั่วๆ ไป ซึ่งเป็นรากฐานที่สำคัญของการมีบุคลิกภาพที่ดีในช่วงวัยต่อๆ ไป เด็กวัยเรียนคือเด็กที่มีอายุระหว่าง 6-19 ปี ซึ่งกำลังศึกษาทั้งในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา โรงเรียนเป็นที่รวมของเด็กนักเรียน ซึ่งมาจากที่ต่างๆกัน มีฐานะทางเศรษฐกิจ สังคม สภาพแวดล้อมและพฤติกรรมอนามัยที่แตกต่างกันไป โรคที่พบในเด็กนักเรียนและอุบัติเหตุต่างๆ อาจเกิดขึ้นได้เสมอ หากนักเรียน ครู และบุคลากรในโรงเรียนทราบแนวทางปฏิบัติต่างๆ ในการส่งเสริมสุขภาพอนามัยและการป้องกันอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นแล้ว ก็สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันให้ปลอดภัยได้ นอกจากนี้ ปัจจุบันเด็กและเยาวชนเริ่มใช้ยาเสพติดเมื่ออายุน้อยลง วัยรุ่นคือกลุ่มเสี่ยงที่สุด พบสาเหตุส่วนใหญ่อยากลองและเพื่อนชวน แนวโน้มฝิ่น กัญชา ลดลง ยาบ้าเสพเพิ่มขึ้น ประเทศไทยต้องเผชิญกับปัญหายาเสพติดมาช้านานโดยที่ สภาพปัญหาได้เปลี่ยนแปลงไปตามภาวการณ์ของโลกในยุคปัจจุบัน ได้แก่ เทคโนโลยีใหม่ๆ การ ติดต่อสื่อสารที่ทันสมัยและรวดเร็วมากขึ้น ทำให้ผู้เสพสามารถใช้สารเสพติดได้ง่าย และสะดวกกว่าในอดีต รวมทั้งสภาพปัญหาได้เปลี่ยนแปลงไปตามวิถีชีวิต สังคม เศรษฐกิจ นอกจากนี้เด็กมีพฤติกรรมก้าวร้าว เกเร มีการทะเลาะเบาะแว้งและใช้ความรุนแรงในครอบครัว เคยถูกทำร้ายจากคนในครอบครัวถูกล่วงเกินทางเพศจากบุคคลในครอบครัว ปัญหาสุขภาพและความปลอดภัยของเด็กเกิดได้จากหลากหลายสาเหตุจากทั้งปัจจัยภายนอกและภายใน จะเห็นว่าจากกระแสโลกาภิวัฒน์ เนื่องมาจากการเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการสื่อสาร เป็นปัจจัยสำคัญส่งผลต่อสภาพสังคมและสิ่งแวดล้อม ทำให้วิถีชีวิตของเด็กวัยเรียนและเยาวชนเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมาย ที่สำคัญมีผลต่อพฤติกรรมของเด็กและเยาวชนทำให้เกิดการเลียนแบบพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม จากกระแสค่านิยมและวัฒนธรรมตะวันตก นำไปสู่ปัญหาต่างๆ ทั้งต่อตัวเด็ก ครอบครัว สังคมแวดล้อมภายในและภายนอกโรงเรียน สภาพปัญหาของเด็กและเยาวชนในปัจจุบัน เช่น ปัญหายาเสพติด ตั้งครรภ์โดยไม่พึงประสงค์ เพื่อน เอดส์ เพศสัมพันธ์ สุขภาพ จริยธรรม อุบัติเหตุ สื่อยั่วยุ สิ่งแวดล้อม ดังนั้นงานอนามัยโรงเรียน จึงเป็นกิจกรรมที่มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันการเกิดปัญหาสุขภาพ สร้างให้เด็กเกิดความรู้ ความเข้าใจ มีทัศนคติที่ถูกต้องในเรื่องสุขภาพ เป็นการลดปัญหาสุขภาพ ส่งผลบวกต่อการเรียน ทั้งนี้ต้องอาศัยความร่วมมือและการประสานงานจากทุกฝ่ายทั้งครอบครัว ชุมชน และโรงเรียน วัยผู้ใหญ่เริ่มตั้งแต่สิ้นสุดวัยรุ่นเมื่ออายุประมาณ 20-25 ปี หรืออาจเร็วกว่านั้น หากวัยรุ่นแต่งงานตั้งแต่อายุยังน้อยก็ก้าวเข้าสู้ความเป็นผู้ใหญ่เลย วัยผู้ใหญ่คือวัยที่รับผิดชอบการดำเนินชีวิตของตน โดยนำประสบการณ์ต่าง ๆที่ได้สะสมมาตั้งแต่วัยเด็กมาใช้ในการปรับตัวและแก้ปัญหาชีวิต ผู้ที่ปรับตัวได้ดีในวัยผู้ใหญ่ คือ ผู้ที่ได้ผ่านการพัฒนาที่เหมาะสมตามวัยต่าง ๆมาตั้งแต่เด็กจนวัยรุ่น มีวุฒิภาวะ คือ ความสมบูรณ์ของร่างกาย อารมณ์ และสติปัญญา สามารถเผชิญชีวิตและอุปสรรค์ต่าง ๆ ทั้งยามปกติและยามคับขัน มีความรับผิดชอบ กระทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยเหตุผลตามทำนองคลองธรรม ปัจจุบันความเปลี่ยนแปลงจากภาวะเศรษฐกิจและสังคม ทำให้เยาวชนมีความกตัญญูกตเวทีต่อพ่อ แม่ ครู อาจารย์น้อยลง ผู้สูงอายุไม่ได้รับการดูแลต้องอาศัยสถานสงเคราะห์คนชรา ในอนาคตเมื่อประเทศไทยเป็นประเทศอุตสาหกรรมแบบใหม่ สังคมไทยอาจกลายเป็นสังคมตะวันตก คือต่างคนต่างอยู่ ไม่มีการเอื้อเฟื้อซึ่งกันและกัน ไม่มีการทดแทนบุญคุณ บุตรหลานโตขึ้นก็จะไม่เลี้ยงดูพ่อแม่เมื่อแก่ชรา ผู้สูงอายุที่มีฐานะไม่ดี ไม่มีลูกหลานดูแลอุปการะเลี้ยงดู อาจจะไม่มีรายได้หรือรายได้ไม่เพียงพอสำหรับการเลี้ยงชีพ อาจจะไม่มีที่อยู่อาศัย ทำให้ได้รับความลำบาก ผู้สูงอายุไม่มีโอกาสได้รับความรู้เพื่อการพัฒนาตนเองให้เหมาะสมกับวัยและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป และเพื่อให้เข้ากันได้กับเยาวชนรุ่นใหม่ ผู้สูงอายุอาจจะไม่ได้รับการยกย่องจากสังคมเหมือนเดิม โดยเฉพาะผู้ที่เคยเป็นข้าราชการตำแหน่งสูงซึ่งเคยมีอำนาจและบริวารแวดล้อม เมื่อเกษียณอายุราชการ อาจเสียดายอำนาจและตำแหน่งที่เสียไป เยาวชนและหนุ่มสาวหลายคนมีทัศนคติไม่ดีต่อผู้สูงอายุ เห็นคนรุ่นเก่าล้าสมัยพูดไม่รู้เรื่องและไม่มีประโยชน์ ผู้สูงอายุไม่ได้รับความเอาใจใส่และความอบอุ่นจากลูกหลานอย่างเพียงพอ ทำให้รู้สึกว้าเหว่อ้างว้าง และอาจมีความวิตกกังวลต่างๆ เช่น เศร้า เฉยเมย เอาแต่ใจตนเอง ปัญหาผู้สูงอายุที่น่าเป็นห่วงคือ การเปลี่ยนแหลงทางสังคมและวัฒนธรรม ในอดีตจะเป็นครอบครัวใหญ่ที่เรียกว่าครอบครัวขยาย ทำให้มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้น และเกิดความอบอุ่นระหว่างพ่อ แม่และลูกหลาน ในปัจจุบันครอบครัวคนไทย โดยเฉพาะในเขตเมืองจะเป็นครอบครัวเดี่ยวเป็นส่วนใหญ่ ลูกหลานจะมาทำงานในเขตเมืองทิ้งพ่อแม่ให้เฝ้าบ้าน ทำให้ผู้สูงอายะอยู่อย่างโดดเดี่ยว ไม่ได้รับการดูแลและได้รับความอบอุ่นดังเช่นอดีตที่ผ่านมา ชุมชนพระธาตุขิงแกง อำเภอจุน จังหวัดพะเยา ชุมชนแดนจุมพล อำเภอสอง จังหวัดแพร่ ชุมชนน้ำปั้ว อำเภอเวียงสา ชุมชนสะเนียน อำเภอเมือง และชุมชนนาปัง อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน เป็นอีกกลุ่มชุมชนหนึ่งที่คน 3 วัยมีปัญหาดังกล่าวข้างต้น แต่ปัญหาดังกล่าวสามารถที่จะแก้ไขได้ด้วยความร่วมมือของคนในชุมชน การจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ในชุมชนที่เปิดพื้นที่ให้คน 3 วัยเข้ามาทำกิจกรรมร่วมกันเป็นวิธีการหนึ่งที่สามารถแก้ไขปัญหาปัญหาสุขภาวะคน 3 วัยทั้งด้านสุขภาวะกาย จิต ปัญญาและสังคมได้ ดังนั้น ผู้วิจัยและคณะจึงมีความต้องการที่จะการพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมสร้างสรขององค์กรชุมชนและภาคีเครือข่ายเพื่อสร้างเสริมสุขภาวะคน 3 วัย เพื่อใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยื่นในอนาคตต่อไป
บทคัดย่อย
1. ชื่อโครงการวิจัย การพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ขององค์กรชุมชนและภาคีเครือข่ายเพื่อสร้างเสริมสุขภาวะคน 3 วัย ภายใต้แผนงาน พัฒนาระบบเรียนรู้การจัดการสุขภาวะชุมชนแบบมีส่วนร่วม 2. ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา ทุกวันนี้ต้องยอมรับกันแล้วว่าการเมืองเป็นเรื่องใกล้ตัวมาก ปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมไทยไม่ใช่เพียงแต่วัยรุ่นเท่านั้นแม้แต่วัยทำงานหรือวัยแซยิดก็ยังมีปัญหา การเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์เป็นพัฒนาการที่เกิดขึ้นตามวัยต่างๆ อย่างต่อเนื่อง วัยทารกเป็นวัยที่เจริญเติบโตจนเห็นการเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจน ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ทารกจะสามารถปรับตัวเข้ากับบุคคลและสภาพแวดล้อมรอบๆ ได้อย่างรวดเร็วแต่ทารกยังช่วยเหลือตนเองไม่ได้ จึงต้องการการดูแลเอาใจใส่ด้วยความรัก ความนุ่มนวล อ่อนโยนจากผู้เลี้ยงดู ทารกที่ได้รับความรักความอบอุ่นเพียงพอ จะเรียนรู้สิ่งแวดล้อมได้อย่างรวดเร็ว มีทัศนคติที่ดีต่อบุคคลทั่วๆ ไป ซึ่งเป็นรากฐานที่สำคัญของการมีบุคลิกภาพที่ดีในช่วงวัยต่อๆ ไป เด็กวัยเรียนคือเด็กที่มีอายุระหว่าง 6-19 ปี ซึ่งกำลังศึกษาทั้งในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา โรงเรียนเป็นที่รวมของเด็กนักเรียน ซึ่งมาจากที่ต่างๆกัน มีฐานะทางเศรษฐกิจ สังคม สภาพแวดล้อมและพฤติกรรมอนามัยที่แตกต่างกันไป โรคที่พบในเด็กนักเรียนและอุบัติเหตุต่างๆ อาจเกิดขึ้นได้เสมอ หากนักเรียน ครู และบุคลากรในโรงเรียนทราบแนวทางปฏิบัติต่างๆ ในการส่งเสริมสุขภาพอนามัยและการป้องกันอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นแล้ว ก็สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันให้ปลอดภัยได้ นอกจากนี้ ปัจจุบันเด็กและเยาวชนเริ่มใช้ยาเสพติดเมื่ออายุน้อยลง วัยรุ่นคือกลุ่มเสี่ยงที่สุด พบสาเหตุส่วนใหญ่อยากลองและเพื่อนชวน แนวโน้มฝิ่น กัญชา ลดลง ยาบ้าเสพเพิ่มขึ้น ประเทศไทยต้องเผชิญกับปัญหายาเสพติดมาช้านานโดยที่ สภาพปัญหาได้เปลี่ยนแปลงไปตามภาวการณ์ของโลกในยุคปัจจุบัน ได้แก่ เทคโนโลยีใหม่ๆ การ ติดต่อสื่อสารที่ทันสมัยและรวดเร็วมากขึ้น ทำให้ผู้เสพสามารถใช้สารเสพติดได้ง่าย และสะดวกกว่าในอดีต รวมทั้งสภาพปัญหาได้เปลี่ยนแปลงไปตามวิถีชีวิต สังคม เศรษฐกิจ นอกจากนี้เด็กมีพฤติกรรมก้าวร้าว เกเร มีการทะเลาะเบาะแว้งและใช้ความรุนแรงในครอบครัว เคยถูกทำร้ายจากคนในครอบครัวถูกล่วงเกินทางเพศจากบุคคลในครอบครัว ปัญหาสุขภาพและความปลอดภัยของเด็กเกิดได้จากหลากหลายสาเหตุจากทั้งปัจจัยภายนอกและภายใน จะเห็นว่าจากกระแสโลกาภิวัฒน์ เนื่องมาจากการเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการสื่อสาร เป็นปัจจัยสำคัญส่งผลต่อสภาพสังคมและสิ่งแวดล้อม ทำให้วิถีชีวิตของเด็กวัยเรียนและเยาวชนเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมาย ที่สำคัญมีผลต่อพฤติกรรมของเด็กและเยาวชนทำให้เกิดการเลียนแบบพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม จากกระแสค่านิยมและวัฒนธรรมตะวันตก นำไปสู่ปัญหาต่างๆ ทั้งต่อตัวเด็ก ครอบครัว สังคมแวดล้อมภายในและภายนอกโรงเรียน สภาพปัญหาของเด็กและเยาวชนในปัจจุบัน เช่น ปัญหายาเสพติด ตั้งครรภ์โดยไม่พึงประสงค์ เพื่อน เอดส์ เพศสัมพันธ์ สุขภาพ จริยธรรม อุบัติเหตุ สื่อยั่วยุ สิ่งแวดล้อม ดังนั้นงานอนามัยโรงเรียน จึงเป็นกิจกรรมที่มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันการเกิดปัญหาสุขภาพ สร้างให้เด็กเกิดความรู้ ความเข้าใจ มีทัศนคติที่ถูกต้องในเรื่องสุขภาพ เป็นการลดปัญหาสุขภาพ ส่งผลบวกต่อการเรียน ทั้งนี้ต้องอาศัยความร่วมมือและการประสานงานจากทุกฝ่ายทั้งครอบครัว ชุมชน และโรงเรียน วัยผู้ใหญ่เริ่มตั้งแต่สิ้นสุดวัยรุ่นเมื่ออายุประมาณ 20-25 ปี หรืออาจเร็วกว่านั้น หากวัยรุ่นแต่งงานตั้งแต่อายุยังน้อยก็ก้าวเข้าสู้ความเป็นผู้ใหญ่เลย วัยผู้ใหญ่คือวัยที่รับผิดชอบการดำเนินชีวิตของตน โดยนำประสบการณ์ต่าง ๆที่ได้สะสมมาตั้งแต่วัยเด็กมาใช้ในการปรับตัวและแก้ปัญหาชีวิต ผู้ที่ปรับตัวได้ดีในวัยผู้ใหญ่ คือ ผู้ที่ได้ผ่านการพัฒนาที่เหมาะสมตามวัยต่าง ๆมาตั้งแต่เด็กจนวัยรุ่น มีวุฒิภาวะ คือ ความสมบูรณ์ของร่างกาย อารมณ์ และสติปัญญา สามารถเผชิญชีวิตและอุปสรรค์ต่าง ๆ ทั้งยามปกติและยามคับขัน มีความรับผิดชอบ กระทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยเหตุผลตามทำนองคลองธรรม ปัจจุบันความเปลี่ยนแปลงจากภาวะเศรษฐกิจและสังคม ทำให้เยาวชนมีความกตัญญูกตเวทีต่อพ่อ แม่ ครู อาจารย์น้อยลง ผู้สูงอายุไม่ได้รับการดูแลต้องอาศัยสถานสงเคราะห์คนชรา ในอนาคตเมื่อประเทศไทยเป็นประเทศอุตสาหกรรมแบบใหม่ สังคมไทยอาจกลายเป็นสังคมตะวันตก คือต่างคนต่างอยู่ ไม่มีการเอื้อเฟื้อซึ่งกันและกัน ไม่มีการทดแทนบุญคุณ บุตรหลานโตขึ้นก็จะไม่เลี้ยงดูพ่อแม่เมื่อแก่ชรา ผู้สูงอายุที่มีฐานะไม่ดี ไม่มีลูกหลานดูแลอุปการะเลี้ยงดู อาจจะไม่มีรายได้หรือรายได้ไม่เพียงพอสำหรับการเลี้ยงชีพ อาจจะไม่มีที่อยู่อาศัย ทำให้ได้รับความลำบาก ผู้สูงอายุไม่มีโอกาสได้รับความรู้เพื่อการพัฒนาตนเองให้เหมาะสมกับวัยและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป และเพื่อให้เข้ากันได้กับเยาวชนรุ่นใหม่ ผู้สูงอายุอาจจะไม่ได้รับการยกย่องจากสังคมเหมือนเดิม โดยเฉพาะผู้ที่เคยเป็นข้าราชการตำแหน่งสูงซึ่งเคยมีอำนาจและบริวารแวดล้อม เมื่อเกษียณอายุราชการ อาจเสียดายอำนาจและตำแหน่งที่เสียไป เยาวชนและหนุ่มสาวหลายคนมีทัศนคติไม่ดีต่อผู้สูงอายุ เห็นคนรุ่นเก่าล้าสมัยพูดไม่รู้เรื่องและไม่มีประโยชน์ ผู้สูงอายุไม่ได้รับความเอาใจใส่และความอบอุ่นจากลูกหลานอย่างเพียงพอ ทำให้รู้สึกว้าเหว่อ้างว้าง และอาจมีความวิตกกังวลต่างๆ เช่น เศร้า เฉยเมย เอาแต่ใจตนเอง ปัญหาผู้สูงอายุที่น่าเป็นห่วงคือ การเปลี่ยนแหลงทางสังคมและวัฒนธรรม ในอดีตจะเป็นครอบครัวใหญ่ที่เรียกว่าครอบครัวขยาย ทำให้มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้น และเกิดความอบอุ่นระหว่างพ่อ แม่และลูกหลาน ในปัจจุบันครอบครัวคนไทย โดยเฉพาะในเขตเมืองจะเป็นครอบครัวเดี่ยวเป็นส่วนใหญ่ ลูกหลานจะมาทำงานในเขตเมืองทิ้งพ่อแม่ให้เฝ้าบ้าน ทำให้ผู้สูงอายะอยู่อย่างโดดเดี่ยว ไม่ได้รับการดูแลและได้รับความอบอุ่นดังเช่นอดีตที่ผ่านมา ชุมชนพระธาตุขิงแกง อำเภอจุน จังหวัดพะเยา ชุมชนแดนจุมพล อำเภอสอง จังหวัดแพร่ ชุมชนน้ำปั้ว อำเภอเวียงสา ชุมชนสะเนียน อำเภอเมือง และชุมชนนาปัง อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน เป็นอีกกลุ่มชุมชนหนึ่งที่คน 3 วัยมีปัญหาดังกล่าวข้างต้น แต่ปัญหาดังกล่าวสามารถที่จะแก้ไขได้ด้วยความร่วมมือของคนในชุมชน การจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ในชุมชนที่เปิดพื้นที่ให้คน 3 วัยเข้ามาทำกิจกรรมร่วมกันเป็นวิธีการหนึ่งที่สามารถแก้ไขปัญหาปัญหาสุขภาวะคน 3 วัยทั้งด้านสุขภาวะกาย จิต ปัญญาและสังคมได้ ดังนั้น ผู้วิจัยและคณะจึงมีความต้องการที่จะการพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมสร้างสรขององค์กรชุมชนและภาคีเครือข่ายเพื่อสร้างเสริมสุขภาวะคน 3 วัย เพื่อใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยื่นในอนาคตต่อไป 3. ปัญหาการวิจัย ชุมชนพระธาตุขิงแกง อำเภอจุน จังหวัดพะเยา ชุมชนแดนจุมพล อำเภอสอง จังหวัดแพร่ ชุมชนน้ำปั้ว อำเภอเวียงสา ชุมชนสะเนียน อำเภอเมือง และชุมชนนาปัง อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ยังไม่มีการพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ที่เหมาะสมสำหรับให้คน 3 วัยมาทำกิจกรรมสร้างสรรค์ด้วยกัน 4. คำถามวิจัย การพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ขององค์กรชุมชนและภาคีเครือข่ายเพื่อสร้างเสริมสุขภาวะคน 3 วัยเป็นอย่างไร 5. วัตถุประสงค์ในการทำวิจัย 1. เพื่อศึกษาสถานภาพ/ สถานการณ์กิจกรรมสร้างสรรค์ที่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาวะของ คน 3 วัย ในชุมชนพระธาตุขิงแกง อำเภอจุน จังหวัดพะเยา ชุมชนแดนจุมพล อำเภอสอง จังหวัดแพร่ ชุมชนน้ำปั้ว อำเภอเวียงสา ชุมชนสะเนียน อำเภอเมือง และชุมชนนาปัง อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน 2. เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ขององค์กรชุมชนและภาคีเครือข่ายเพื่อสร้างเสริมสุขภาวะคน 3 วัย ให้เกิดความยั่งยืน 3. เพื่อสังเคราะห์รูปแบบกิจกรรมสร้างสรรค์ที่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาวะที่เหมาะสมกับคน 3 วัย 6. ขอบเขตการวิจัย ขอบเขตด้านพื้นที่. อบต.พระธาตุขิงแกง อำเภอจุน จังหวัดพะเยา อบต.แดนชุมพล อำเภอสอง จังหวัดแพร่ อบต.น้ำปั้ว อำเภอเวียงสา อบต.สะเนียน อำเภอเมือง และ อบต.นาปัง อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ขอบเขตด้านเวลา 12 เดือน (นับตั้งแต่วันทำสัญญา) 7. ขั้นตอนการวิจัย 7.1 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 1. ประชากร ที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ ประชากรทั้ง 3 วัย ที่อยู่ในชุมชนพระธาตุขิงแกง อำเภอจุน จังหวัดพะเยา ชุมชนแดนจุมพล อำเภอสอง จังหวัดแพร่ ชุมชนน้ำปั้ว อำเภอเวียงสา ชุมชนสะเนียน อำเภอเมือง และชุมชนนาปัง อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน 2. กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ กลุ่มผู้นำชุมชนอย่างเป็นทางการ อาทิ กำนันและผู้ใหญ่บ้าน และกลุ่มผู้มีความรู้ของชุมชน และผู้มีส่วนร่วมในการจัดการกิจกรรมของคน 3 วัย เด็กและเยาวชน คนวัยทำงาน และคนวัยชรา ที่อาศัยอยู่ในชุมชนพระธาตุขิงแกง อำเภอจุน จังหวัดพะเยา ชุมชนแดนจุมพล อำเภอสอง จังหวัดแพร่ ชุมชนน้ำปั้ว อำเภอเวียงสา ชุมชนสะเนียน อำเภอเมือง และชุมชนนาปัง อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน 7.2 กระบวนการในการทำวิจัย ในการวิจัยในครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research : PAR) โดยใช้หลักการ ร่วมใจ ร่วมคิด ร่วมปฏิบัติ ร่วมรับผลประโยชน์ / รับผิด จึงได้ใช้เครื่องมือและกระบวนการในการวิจัยดังนี้ 1. ศึกษาแนวคิดทฤษฎี ผลงานวิจัย จากเอกสารตารา 2. ศึกษาบริบทชุมชน / สถานการณ์การด้านสุขภาวะของคน 3 วัย 3. การสร้างความสัมพันธ์แบบหุ้นส่วน ระหว่างทีมวิจัย/ แกนนำของชุมชน/องค์การบริหารส่วน ท้องถิ่น เพื่อวิเคราะห์ปัญหาแบบมีส่วนร่วม / ประชุมกลุ่ม 4. การวางแผนปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม / ประชุมกลุ่ม 5. การอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่องการบูรณาการทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่การจัดการกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อสุขภาวะคน 3 วัย ที่มีคุณค่าโดยชุมชน 6. ศึกษาดูงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างชุมชน / พื้นที่ 7. การปฏิบัติและถอดประสบการณ์แบบมีส่วนร่วม / ประชุมกลุ่ม / ศึกษากระบวนการมีส่วนร่ว8. จัดเวทีชาวบ้านนำเสนอแนวทางการจัดการ ตรวจสอบ / ประเมินผล 9. สรุปผลการวิจัย / เผยแพร่งานวิจัย 7. 3 เทคนิค / เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาและเก็บข้อมูล 1. แบบสัมภาษณ์ชุมชน 2. การสนทนากลุ่ม 3. จัดเวทีสาธารณะ 4. การประชุมระดมสมอง 5. การอบรมเชิงปฏิบัติการ 6. การสัมภาษณ์เชิงลึก 7. การศึกษาดูงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้พื้นที่สร้างสรรค์เพื่อสุขภาวะ 7.4 การวิเคราะห์ข้อมูล ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ ดังนี้ 1. วิเคราะห์ข้อมูลจากแหล่งปฐมภูมิและแหล่งทุติยภูมิ จัดแยกข้อมูลออกเป็นหมวดหมู่ 2. การใช้แนวคิดทฤษฎีและการสร้างกรอบแนวคิดสาหรับการวิเคราะห์ 3. การตรวจสอบข้อมูลแบบสามเส้า 4. การวิเคราะห์และสรุปบทเรียน 5. การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณใช้สถิติพื้นฐานได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 7.5 สถานที่วิจัย / สถานที่เก็บชุมชนพระธาตุขิงแกง อำเภอจุน จังหวัดพะเยา ชุมชนแดนจุมพล อำเภอสอง จังหวัดแพร่ ชุมชนน้ำปั้ว อำเภอเวียงสา ชุมชนสะเนียน อำเภอเมือง และชุมชนนาปัง อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน 7.6 แนวทางการดำเนินงาน 1. จัดเวทีสร้างความเข้าใจร่วมกับชุมชน 2. จัดเวทีสรุปบทเรียน ก่อนทำ ระหว่างทำ และหลังทำงานวิจัย 3. สืบค้นแหล่งเรียนรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ประเพณีที่สำคัญ และประวัติสถานที่สำคัญในชุมชนที่เป็นพื้นที่สร้างสรรค์เสริมสร้างสุขภาวะ 4. ศึกษาดูงานการจัดการพื้นที่สร้างสรรค์ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมสร้างเสริมสุขภาวะชุมชน 5. จัดเวทีวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้มาทั้งในและนอกชุมชน หาแนวทางการจัดการพื้นที่สร้างสรรค์เพื่อสุขภาวะชุมชนคน 3 วัย 6. จัดเวทีสรุปบทเรียน คืนข้อมูลสู่ชุมชน 7. จัดทำรายงานสรุปผลโครงการ 8. แผนปฏิบัติงานหลัก กิจกรรมหลัก ระยะเวลา ผลผลิต งบประมาณที่ใช้ 1. จัดเวทีสร้างความเข้าใจร่วมกับชุมชน มีค.60 นักวิจัยและชุมชนมีความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินงาน 10,000 บาท 2 จัดเวทีสรุปบทเรียน ก่อนทำ ระหว่างทำ และหลังทำงานวิจัย เมย.60 ได้ข้อมูลเกี่ยวกับปัญหา และแหล่งข้อมูลที่เอื้อต่อการดำเนินงานวิจัยที่สามารถส่งคืนให้กับชุมชนเพื่อหาแนวทางแก้ปัญหา 10,000 บาท 3. สืบค้นแหล่งเรียนรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ประเพณีที่สำคัญ และประวัติสถานที่สำคัญในชุมชนที่เป็นพื้นที่สร้างสรรค์เสริมสร้างสุขภาวะ มีค. – พค.60 ได้แหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ประเพณีที่สำคัญและประวัติสถานที่สำคัญในชุมชนที่เป็นพื้นที่สามารถจัดเป็นพื้นที่สร้างสรรค์เสริมสร้างสุขภาวะสำหรับคน 3 วัย 20,000 บาท 4.ศึกษาดูงานการจัดการพื้นที่สร้างสรรค์ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมสร้างเสริมสุขภาวะชุมชน มิย.60 ได้ตัวอย่างพื้นที่สร้าง สรรค์ที่สามารถเป็นต้นแบบและปรับให้เหมาะสมกับบริบทของชมชน 45,000 บาท 5.จัดเวทีวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้มาทั้งในและนอกชุมชน หาแนวทางการจัดการพื้นที่สร้างสรรค์เพื่อสุขภาวะชุมชนคน 3 วัย เม.ย.60 ได้ข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ทั้งในและนอกชุมชนในการจัดพื้นที่สร้างสรรค์เพื่อสุขภาวะชุมชนคน 3 วัย 25,000 บาท 6. จัดเวทีสรุปบทเรียน คืนข้อมูลสู่ชุมชน มิ.ย.60 ชุมชนได้ข้อมูลกิจกรรมพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับคน 3 วัย 30,000 บาท 7. จัดทำรายงานสรุปผลโครงการ ก.ค.- ก.ย.60 ได้รายกงานการวิจัยที่พร้อมในการเผยแพร่และเป็นต้นแบบให้แก่ชุมชนอื่นในการสร้างพื้นที่สร้างสรรค์เพื่อสุขภาวะสำหรับคน 3 วัย 10,000 บาท 9. งบประมาณการวิจัย รายละเอียดงบประมาณการวิจัย จำแนกตามงบประเภทต่างๆ รายการ จำนวนเงิน 1. งบดำเนินการ 1.1 ค่าตอบแทน 1.1.1 ค่าตอบแทนผู้ช่วยนักวิจัย 1.2 ค่าใช้สอย 1.2.1 ค่าเบี้ยเลี้ยง 1.2.2 ค่าพาหนะ 1.2.3 ค่าจ้างถ่ายเอกสาร เข้าเล่มตลอดโครงการ 1.2.4 ค่าใช้จ่ายในการจัดเวทีประชาคม 3 ครั้ง 1.2.5 ค่าจ้างพิมพ์ข้อมูล 1.3 ค่าวัสดุ 1.3.1 ค่าวัสดุสำนักงาน 1.3.2 ค่าวัสดุคอมพิวเตอร์ 1.3.3 ค่าวัสดุโฆษณาและเผยแพร่ 1.3.4 ค่าวัสดุอื่นๆ 1.4 ค่าสาธารณูปโภค 1.4.1 ค่าบริการด้านการสื่อสารและโทรคมนาคม/ ค่าไฟฟ้า/ ค่าน้ำปะปา 15,000 24,000 30,000 15,000 30,000 7,000 7,000 5,000 7,000 3,000 7,000 รวมงบประมาณที่เสนอ 150,000 หมายเหตุ ถัวเฉลี่ยทุกรายการ 10. ผลที่คาดว่าจะได้รับ 1. ได้รูปแบบการจัดกิจกรรมพื้นที่สร้างสรรค์เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาวะโดยกระบวนการแบบมีส่วนร่วมของชุมชน กับ อปท. และภาคีเครือข่าย ที่เหมาะสมกับคน 3 วัย 2. ได้รูปแบบการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาวะโดยกระบวนการแบบมีส่วนร่วมของชุมชน กับ อปท. และภาคีเครือข่าย ที่สามารถใช้ในการแก้ไขปัญหาด้านสุขภาวะของคน 3 วัย ทั้งทางด้านกาย จิต ปัญญาและสังคมได้อย่างยั่งยืน
เอกสารงานวิจัย
  1. บทสรุปโครงการ

ผลการใช้ประโยชน์ในพื้นที่

Notes

ข้อมูลจากระบบ LRD : Local Research Development System.

ย้อนกลับ