ข้อมูลงานวิจัย รายงานข้อมูล

งานวิจัยรื่อง การศึกษารูปแบบการจัดการข้อมูลเพื่อพัฒนาระบบสวัสดิการสังคมโดยชุมชนอย่างยั่งยืนของเครือข่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภาคเหนือตอนบน
การศึกษารูปแบบการจัดการข้อมูลเพื่อพัฒนาระบบสวัสดิการสังคมโดยชุมชนอย่างยั่งยืนของเครือข่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภาคเหนือตอนบน

นักวิจัย
หัวหน้าโครงการ : ดรยุพิน เถื่อนศรี
ผู้ร่วมวิจัย :
ผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่ :
วัตถุประสงค์
6.1 ด้านพื้นที่ในการวิจัยได้แก่ เทศบาลตำบลเม็งราย จังหวัดเชียงราย เทศบาลตำบลสันทรายงาม จังหวัดเชียงราย องค์การบริหารส่วนตำบลไชยวัฒนา จังหวัดน่าน และองค์การบริหารส่วนตำบลบ่อเกลือเหนือ จังหวัดน่าน 6.2 ด้านระยะเวลาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2559 – ตุลาคม 2560 6.3 ด้านตัวแปร การจัดสวัสดิการสังคม 7 ด้าน ได้แก่ 1) การศึกษา 2) สาธารณสุข 3) ที่อยู่อาศัย 4) รายได้และการมีงานทำ 5) ความมั่นคงทางสังคม 6) นันทนาการ และ 7) บริการทางสังคม (อภิญญา เวชยชัย. 2559 : ออนไลน์)
คำสำคัญ
การศึกษารูปแบบการจัดการข้อมูลเพื่อพัฒนาระบบสวัสดิการสังคม
บทคัดย่อย
1. ชื่อเรื่อง การศึกษารูปแบบการจัดการข้อมูลเพื่อพัฒนาระบบสวัสดิการสังคมโดยชุมชนอย่างยั่งยืนของเครือข่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภาคเหนือตอนบน ภายใต้โครงการวิจัย การพัฒนาระบบสวัสดิการสังคมโดยชุมชนแบบมีส่วนร่วมของเครือข่ายองค์การบริหารส่วนตำบลเจดีย์ชัย 2. ความเป็นมาและความสำคัญ ระบบสวัสดิการสังคมเป็นโครงสร้างพื้นฐานเชิงสังคมที่รัฐควรจัดให้แก่ประชาชนเพื่อสร้างความมั่นคงให้แก่ชีวิตของประชาชนทุกวัย การมีระบบสวัสดิการสังคมจะช่วยสร้างความมั่นใจให้ประชาชนในการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ อันได้แก่ ถนน ไฟฟ้า โรงเรียน หรือโรงพยาบาล เป็นต้น การมีระบบสวัสดิการสังคมในรูปแบบใดๆ ก็ตาม ควรเหมาะสมกับประชากรในประเทศนั้นๆ นอกจากนี้ โครงสร้างของประชากรที่เปลี่ยนแปลงไปย่อมส่งผลกระทบต่อการจัดระบบสวัสดิการสังคมได้เช่นกันปัจจุบันกระแสการเปลี่ยนแปลงของสังคม ทำให้งานสวัสดิการสังคมในลักษณะของรัฐสวัสดิการ (Welfare State) ประสบปัญหาสำคัญประการหนึ่ง กล่าวคือรัฐไปสามารถแบกรับภาระงบประมาณค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น การจัดสวัสดิการสังคมทั้งในปัจจุบันและในอนาคตจึงได้มีการทบทวนบทบาทของภาครัฐ เพื่อให้เหมาะสมและสอดคล้องกับปัญหาและความต้องการของประชาชนที่แท้จริง การจัดสวัสดิการสังคมในปัจจุบันและในอนาคตอาจต้องมีการปรับตัวให้เป็นไปในลักษณะของการส่งเสริมให้เกิดสวัสดิการในการทำงานแทน (Workfare) โดยรัฐได้พยายามผลักดันระบบสวัสดิการสังคมในรูปของโครงการหลักประกันควบคู่กับการกระจายอำนาจให้ภาคท้องถิ่นและภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดสวัสดิการสังคมมากขึ้น ดังนั้นการจัดระบบสวัสดิการสังคมจึงควรมีรูปแบบที่หลากหลาย ยืดหยุ่นคำนึงถึงปัญหาและความต้องการของคนในชุมชนเป็นหลัก การจัดสวัสดิการสังคม ในประเทศไทยมักขาดความเป็นระบบ และขาดการบูรณาการที่มองประชาชนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งแนวทางการจัดสวัสดิการสังคม ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมพ.ศ. 2546 หมวด 1 มาตรา 5 ได้ระบุไว้ว่าในการจัดสวัสดิการสังคมขององค์การสวัสดิการสังคมให้แก่ผู้รับบริการสวัสดิการสังคมให้คำนึงถึง สาขาต่างๆ ที่จะดำเนินการตามความจำเป็นและเหมาะสม เช่น การบริการทางสังคม การศึกษา สุขภาพอนามัย ที่อยู่อาศัย การฝึกอาชีพ การประกอบอาชีพ เป็นต้น (พระราชบัญญัติส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม พ.ศ. 2546. 2559 : ออนไลน์) โดยมีลักษณะหรือรูปแบบและวิธีการในการดำเนินการ ได้แก่ การส่งเสริมการพัฒนา การสงเคราะห์ การคุ้มครอง การป้องกัน การแก้ไข และการบำบัดฟื้นฟู ทั้งนี้ ในการจัดสวัสดิการสังคมนั้น ให้มีการส่งเสริมและสนับสนุนให้บุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา และองค์กรอื่นได้มีส่วนร่วมด้วย โดยควรคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิของประชาชนที่ได้รับและการมีส่วนร่วมในการจัดสวัสดิการของสังคมทุกระดับ ซึ่งการจัดสวัสดิการที่บุคคลในชุมชนร่วมกันจัดในพื้นที่มีข้อดีประการหนึ่ง ได้แก่ การมีความรู้สึกเป็นเจ้าของและมีศักดิ์ศรี สามารถพึ่งตนเองได้ อย่างไรก็ตาม อาจจำเป็นต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และมีหน่วยจัดการที่คงอยู่และสามารถดำเนินการได้อย่างยั่งยืน เนื่องจากการจัดสวัสดิการสังคมทั้งแนวกว้าง (ครอบคลุมประชากรจำนวนมาก) และแนวดิ่ง (ครอบคลุมสวัสดิการหลายประเภทสำหรับประชากรแต่ละกลุ่ม) จำเป็นต้องใช้เม็ดเงินเป็นจำนวนมาก จากการสำรวจคนไทยส่วนใหญ่ต้องการให้มีการจัดสวัสดิการให้คนทุกคนเหมือนกันและจัดแบบถ้วนหน้าโดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีบทบาทในการบริหารจัดการด้วยนอกจากนี้ รพีพรรณ คำหอม และคณะ (2542) มีข้อเสนอว่า ภาครัฐควรพัฒนาระบบสวัสดิการสังคมใหม่ โดยการใช้กลไกของเครือข่ายผู้สูงอายุ ครอบครัว ชุมชน ตลอดจนองค์กรท้องถิ่น ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานด้วย รูปแบบการจัดสวัสดิการสังคม (Social Welfare) ของประเทศไทยมี 3 ประเภทด้วยกัน คือ 1) สวัสดิการกระแสหลัก เป็นการจัดสวัสดิการภาคบังคับของรัฐที่จัดให้กับประชาชน โดยคำนึงถึงความครอบคลุม ทั่วถึง เป็นธรรม ครบถ้วน รูปแบบที่จัดให้ เช่น การจัดบริการในรูปแบบของสถาบัน การจัดบริการโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การจัดสวัสดิการกระแสหลักนี้ส่วนใหญ่จะเป็นการจัดโดยผ่านกลไกระบบการเงินการคลัง ระบบภาษีของรัฐ และโครงสร้างการบริหารงานขององค์กรเป็นหลัก เช่น รูปแบบสวัสดิการพื้นฐาน (ภาคบังคับ) รูปแบบสวัสดิการท้องถิ่น เป็นต้น 2) สวัสดิการกระแสรอง เป็นสวัสดิการทางเลือกที่เกิดขึ้นจากศักยภาพ ความเข้มแข็งของภาคชุมชน ภาคประชาชน และภาคพื้นถิ่น จะเกิดขึ้นจากความสนใจ ความสมัครใจร่วมกันของกลุ่มเป้าหมายเป็นรูปแบบที่ไม่เป็นทางการ การจัดระบบสวัสดิการจึงขึ้นอยู่กับข้อตกลงร่วมกัน ประกอบด้วย สวัสดิการพื้นถิ่น เช่น กองบุญข้าว กองทุนซากาดในศาสนาอิสลาม เป็นต้น สวัสดิการชุมชน เช่น กองทุนสัจจะออมทรัพย์ กองทุนออมวันละบาท กองทุนสวัสดิการผู้นำชุมชน เป็นต้น 3) สวัสดิการท้องถิ่นเป็นสวัสดิการโดยรัฐที่เกิดจากการกระจายอำนาจจากส่วนกลางสู่ท้องถิ่น เป็นรูปแบบการจัดสวัสดิการร่วมระหว่างรัฐบาลกลางกับรัฐบาลท้องถิ่น โดยใช้แผน โครงการ กิจกรรมด้านสวัสดิการสังคมที่ตอบสนองกับความต้องการของแต่ละท้องถิ่น (กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. 2548) ในการจัดเวทีประชาคมของมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์และภาคีเครือข่ายในพื้นที่เพื่อศึกษาสถานการณ์ในการจัดสวัสดิการสังคมขององค์การบริหารส่วนตำบลไชยวัฒนา องค์การบริหารส่วนตำบล บ่อเกลือเหนือ จังหวัดน่าน เทศบาลเม็งราย และเทศบาลสันทรายงาม จังหวัดเชียงรายพบว่า ส่วนใหญ่การจัดสวัสดิการสังคมมีการจัดกระทำใน 2 รูปแบบ คือ จัดสวัสดิการโดยภาครัฐ (การจัดสวัสดิการกระแสหลัก) และการจัดสวัสดิการโดยชุมชน (การจัดสวัสดิการกระแสรอง) ในเบื้องต้นยังไม่พบว่ามีการจัดการข้อมูลเกี่ยวกับการจัดสวัสดิการในพื้นที่อย่างเป็นระบบ ชัดเจน และเป็นรูปธรรม จากข้อมูลดังกล่าวในเบื้องต้น คณะผู้วิจัยจึงต้องการศึกษาสภาพในการจัดสวัสดิการขององค์การบริหารส่วนตำบลไชยวัฒนา องค์การบริหารส่วนตำบล บ่อเกลือเหนือ จังหวัดน่าน เทศบาลเม็งราย และเทศบาลสันทรายงาม จังหวัดเชียงราย ในเขตพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลไชยวัฒนา องค์การบริหารส่วนตำบลบ่อเกลือเหนือ จังหวัดน่าน เทศบาลเม็งราย และเทศบาลสันทรายงาม จังหวัดเชียงราย เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ในการพัฒนารูปแบบการจัดสวัสดิการสังคมและนำไปสู่การกำหนดนโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วมต่อไป 3. ปัญหาการวิจัย จากการศึกษาข้อมูลในเบื้องต้น พบว่า การจัดการข้อมูลสวัสดิการสังคมโดยชุมชนของเครือข่ายองค์การบริหารส่วนตำบลเจดีย์ชัยในพื้นที่ องค์การบริหารส่วนตำบลไชยวัฒนา องค์การบริหารส่วนตำบล บ่อเกลือเหนือ จังหวัดน่าน เทศบาลเม็งราย และเทศบาลสันทรายงาม จังหวัดเชียงราย ยังไม่มีระบบและกลไกที่ชัดเจน 4. คำถามวิจัย 1. สภาพการจัดการข้อมูลเพื่อพัฒนาระบบสวัสดิการสังคมโดยชุมชนอย่างยั่งยืนของเครือข่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภาคเหนือตอนบน ในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลไชยวัฒนา องค์การบริหารส่วนตำบลบ่อเกลือเหนือ จังหวัดน่าน เทศบาลเม็งราย และเทศบาลสันทรายงาม จังหวัดเชียงราย เป็นอย่างไร 2. รูปแบบการจัดการข้อมูลเพื่อพัฒนาระบบสวัสดิการสังคมโดยชุมชนอย่างยั่งยืนของเครือข่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภาคเหนือตอนบน ในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลไชยวัฒนา องค์การบริหารส่วนตำบลบ่อเกลือเหนือ จังหวัดน่าน เทศบาลเม็งราย และเทศบาลสันทรายงาม จังหวัดเชียงราย เป็นอย่างไร 5. วัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาสภาพการจัดการข้อมูลเพื่อพัฒนาระบบสวัสดิการสังคมโดยชุมชนอย่างยั่งยืนของเครือข่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภาคเหนือตอนบน ในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลไชยวัฒนา องค์การบริหารส่วนตำบลบ่อเกลือเหนือ จังหวัดน่าน เทศบาลเม็งราย และเทศบาลสันทรายงาม จังหวัดเชียงราย 2. เพื่อสังเคราะห์รูปแบบการจัดการข้อมูลเพื่อพัฒนาระบบสวัสดิการสังคมโดยชุมชนอย่างยั่งยืนของเครือข่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภาคเหนือตอนบน ในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลไชยวัฒนา องค์การบริหารส่วนตำบลบ่อเกลือเหนือ จังหวัดน่าน เทศบาลเม็งราย และเทศบาลสันทรายงาม จังหวัดเชียงราย 6. ขอบเขตการวิจัย 6.1 ด้านพื้นที่ในการวิจัยได้แก่ เทศบาลตำบลเม็งราย จังหวัดเชียงราย เทศบาลตำบลสันทรายงาม จังหวัดเชียงราย องค์การบริหารส่วนตำบลไชยวัฒนา จังหวัดน่าน และองค์การบริหารส่วนตำบลบ่อเกลือเหนือ จังหวัดน่าน 6.2 ด้านระยะเวลาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2559 – ตุลาคม 2560 6.3 ด้านตัวแปร การจัดสวัสดิการสังคม 7 ด้าน ได้แก่ 1) การศึกษา 2) สาธารณสุข 3) ที่อยู่อาศัย 4) รายได้และการมีงานทำ 5) ความมั่นคงทางสังคม 6) นันทนาการ และ 7) บริการทางสังคม (อภิญญา เวชยชัย. 2559 : ออนไลน์) 7. ขั้นตอนการวิจัย การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยมีขั้นตอนการวิจัยได้ดังนี้ 1. ศึกษาแนวคิด ทฤษฏีเกี่ยวกับสวัสดิการสังคม เก็บรวบรวมข้อมูลจากเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2. สร้างเครื่องมือในการเก็บข้อมูล ได้แก่ 2.1 แบบสังเกต ได้แก่ แบบสังเกตแบบมีส่วนร่วม (Participant Observation) และแบบสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วม (Non-Participant Observation) 2.2 แบบสัมภาษณ์ ได้แก่ แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง (Structured Interview) และแบบสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้าง (Un-Structured Interview) 2.3 แบบสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion) 3. การเก็บรวบรวมข้อมูล เก็บข้อมูลโดยการสังเกต การสัมภาษณ์ และการสนทนากลุ่ม กับกลุ่มประชากรในพื้นที่ 4 ตำบล ได้แก่ ในพื้นที่เทศบาลตำบลเม็งราย จังหวัดเชียงราย เทศบาลตำบลสันทรายงาม จังหวัดเชียงราย องค์การบริหารส่วนตำบลไชยวัฒนา จังหวัดน่าน และองค์การบริหารส่วนตำบลบ่อเกลือเหนือ จังหวัดน่าน 4. การวิเคราะห์ข้อมูล นำข้อมูลที่ได้จากการเอกสาร หนังสือ ตำรา และจากการเก็บรวบรวมข้อมูลที่ได้มาจากการสังเกต การสัมภาษณ์ การสนทนากลุ่ม มาจัดหมวดหมู่ตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย และวิเคราะห์ข้อมูลโดยการใช้การตรวจสอบแบบสามเส้า (Triangulation) ) 5. สรุปผลการวิจัยและจัดทำรูปเล่มรายงานการวิจัย 6. เผยแพร่งานวิจัยสู่สาธารณะ 8.แผนปฏิบัติงาน กิจกรรมหลัก ระยะเวลา ผลผลิต งบประมาณที่ใช้ 1.ศึกษาเอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการจัดการสวัสดิการสังคม พฤศจิกายน - ธันวาคม 2559 1.องค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดสวัสดิการสังคม 2.กรอบแนวคิดในการวิจัย 2,000 บาท 2. สร้างเครื่องมือเก็บข้อมูล มกราคม 2560 1. แบบสัมภาษณ์ 2. แนวคำถามในการสนทนากลุ่ม 4,000 บาท 3. ลงพื้นที่เก็บรวบรวมข้อมูล โดยการสำรวจข้อมูล สัมภาษณ์ จัดเวทีสนทนากลุ่ม และการสังเกตแบบมีส่วนร่วม ในพื้นที่เทศบาลตำบล เม็งราย จังหวัดเชียงราย เทศบาลตำบลสันทรายงาม จังหวัดเชียงราย องค์การบริหารส่วนตำบล ไชยวัฒนา จังหวัดน่าน และองค์การบริหารส่วนตำบลบ่อเกลือเหนือ จังหวัดน่าน ตำบลละ 1 ครั้ง กุมภาพันธ์- มิถุนายน 2560 1. ได้ข้อมูลรูปแบบการจัดการข้อมูลสวัสดิการสังคม 4 ตำบล 2. ได้ข้อมูลสภาพการจัดการข้อมูลสวัสดิการสังคม 4 ตำบล 70,000 บาท 4. วิเคราะห์ข้อมูล และจัดเวทีคืนข้อมูลแก่ชุมชน 4 ตำบลๆ ละ 1 ครั้ง กรกฎาคม-สิงหาคม 2560 องค์ความรู้ด้านรูปแบบการจัดการข้อมูลสวัสดิการสังคมขององค์การบริหารส่วนตำบลไชยวัฒนา องค์การบริหารส่วนตำบลบ่อเกลือเหนือ เทศบาลเม็งราย และเทศบาลสันทรายงาม 20,000 บาท 5. สรุปผลการวิจัยและจัดทำรูปเล่มรายงานการวิจัย กันยายน 2560 รูปเล่มรายงานการวิจัย 4 ตำบล 4,000 บาท 6. เผยแพร่งานวิจัยสู่สาธารณะ ตุลาคม 2560 บทความวิจัยที่ได้รับการเผยแพร่ - 9. งบประมาณ รายการ จำนวนเงิน 1. งบดำเนินงาน 1.2 ค่าใช้สอย 1) ค่าจ้างเหมาอาหารกลางวันและอาหารว่างระหว่างการจัดเวทีจัดเวทีสนทนากลุ่ม 4 ตำบล ตำบลละ 5,000 บาท 2) ค่าจ้างเหมาอาหารกลางวันและอาหารว่างระหว่างการจัดเวทีจัดเวทีคืนข้อมูล 1 ครั้ง 3) ค่าที่พักในการลงพื้นที่เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล จำนวน 5 ครั้งๆ ละ 4,000 บาท 4) ค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางไปราชการ 8 คน 240 บาท จำนวน 5 วัน 5) ค่าเช่าเหมารถรวมค่าน้ำมันในการลงพื้นที่เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล จำนวน 5 ครั้งๆ ละ 5,000 บาท 6.) ค่าจ้างถอดเทปข้อมูล จากการสัมภาษณ์ 20,000 5,000 20,000 9,600 25,000 5,000 1.3 ค่าวัสดุ เช่น กระดาษ ปากกา เครื่องบันทึกเสียง 1) วัสดุสำนักงานตลอดโครงการวิจัย (ตำบลละ 4,000 บาท) 2) ค่าจัดทำรูปเล่มเล่มรายงานความก้าวหน้าและรายงานฉบับสมบูรณ์ 4 ตำบล 11,400 4,000 รวมงบประมาณ 100,000 10. ผลที่คาดว่าจะได้รับ 1. มีองค์ความรู้ด้านรูปแบบการจัดการข้อมูลสวัสดิการสังคมโดยชุมชนของเทศบาลตำบลเม็งราย จังหวัดเชียงราย เทศบาลตำบลสันทรายงาม จังหวัดเชียงราย องค์การบริหารส่วนตำบลไชยวัฒนา จังหวัดน่าน และองค์การบริหารส่วนตำบลบ่อเกลือเหนือ จังหวัดน่าน 2. ทราบถึงสภาพการจัดการข้อมูลการจัดสวัสดิการสังคมโดยชุมชน ในเขตเทศบาลตำบลเม็งราย จังหวัดเชียงราย เทศบาลตำบลสันทรายงาม จังหวัดเชียงราย องค์การบริหารส่วนตำบลไชยวัฒนา จังหวัดน่าน และองค์การบริหารส่วนตำบลบ่อเกลือเหนือ จังหวัดน่าน 3. สามารถนำข้อมูลที่ได้รับจากการวิจัยไปใช้ในการจัดสวัสดิการสังคมโดยชุมชน ในเทศบาลตำบลเม็งราย จังหวัดเชียงราย เทศบาลตำบลสันทรายงาม จังหวัดเชียงราย องค์การบริหารส่วนตำบลไชยวัฒนา จังหวัดน่าน และองค์การบริหารส่วนตำบลบ่อเกลือเหนือ จังหวัดน่านได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล 4. ข้อมูลที่ได้รับจากการวิจัยสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดการสวัสดิการสังคมในพื้นที่อื่นได้
เอกสารงานวิจัย

ผลการใช้ประโยชน์ในพื้นที่

Notes

ข้อมูลจากระบบ LRD : Local Research Development System.

ย้อนกลับ