ข้อมูลงานวิจัย รายงานข้อมูล

งานวิจัยรื่อง การศึกษาและพัฒนาแนวทางในการอนุรักษ์และเผยแพร่ความรู้เรื่องเมล็ดพันธุ์ที่เหมาะสมกับชุมชน
Study and development of conservation and dissemination of knowledge about the seeds with appropriate community.

นักวิจัย
หัวหน้าโครงการ : อาจารย์วรรณี ทองระย้า
ผู้ร่วมวิจัย :
ผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่ :
วัตถุประสงค์
1. เพื่อสืบค้นองค์ความรู้และรวบรวมข้อมูลการใช้ประโยชน์ของเมล็ดพันธุ์ท้องถิ่นของเกษตรกรในโรงเรียนผู้สูงอายุ ขององค์การบริหารส่วนตำบลเมืองจัง อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน 2. เพื่อสังเคราะห์องค์ความรู้และเสนอแนะแนวทางในการอนุรักษ์และเผยแพร่ความรู้ที่เหมาะสมกับชุมชน
คำสำคัญ
เมล็ดพันธ์ุข้าว
บทคัดย่อย
ความเป็นมา ปัจจุบันภาคการเกษตรของไทยต้องเผชิญกับปัญหาและความท้าทายหลายประการ อาทิ ความรู้ของเกษตรกร คุณภาพผลผลิต สารเคมี กลไกตลาด ต้นทุนการผลิต แหล่งน้ำ ทรัพยากรเสื่อมโทรม การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ การเปิดเสรีทางการค้า การกีดกันทางการค้า และการเปลี่ยนแปลงของตลาดโลก ส่งผลกระทบโดยตรงกับคุณภาพผลผลิต คุณภาพชีวิตของเกษตรกร คุณภาพอาหาร และภาพรวมของระบบเศรษฐกิจครัวเรือนและประเทศตามลำดับ ภายใต้โครงการพัฒนาศูนย์กลางการผลิตเมล็ดพันธุ์ (Seed Hub Center) เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางเมล็ดพันธุ์เขตร้อนของเอเชีย ก่อเกิดเป็นอุตสาหกรรมที่มีมูลค่ามหาศาลและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ในปี 2555 ประเทศไทยติด 1 ใน 10 ของภูมิภาคเอเชียที่เป็นแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์ มีมูลค่าส่งออก 80 ล้านดอลลาร์สหรัฐ “เมล็ดพันธุ์” จึงเป็นหัวใจสำคัญที่ได้รับการพัฒนาปรับปรุงโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมล็ดพันธุ์พืชที่ตลาดต้องการ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มของพืชเชิงเดี่ยว จึงเกิดการพัฒนาสายพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูงและมีความคุ้มค่าขึ้น เมล็ดพันธุ์ที่ผ่านการปรับปรุง ดัดแปลง พันธุกรรม จึงไม่สามารที่จะเจริญเติบโตได้ด้วยสารอาหารหรือธาตุอาหารที่มีอยู่ในดินและการดูแลแบบเดิมๆ จำเป็นต้องใช้สารเคมีเกษตรควบคู่ในการผลิตรวมไปถึงการมีพืชสายพันธุ์เดียวในแปลงเกษตรลดทอนศักยภาพความหลากหลายในระบบนิเวศ อีกนัยหนึ่งยังเป็นการเกษตรที่ลดระบบคุณค่า ความรู้ ภูมิปัญญาภายในชุมชน องค์ความรู้ของเกษตรกร โดยการหันไปพึ่งพิงปัจจัยภายนอก ปัญหาด้านการเกษตรของประเทศไทยจึงซ้อนทับสะสมมาตลอดเวลา ดังนั้นสายพันธุ์ที่ดีจะมีการปรับตัวเข้ากับลักษณะทางระบบนิเวศของแต่ละท้องจึงเป็นคุณสมบัติที่มีใน “เมล็ดพันธุ์ท้องถิ่น หรือ เมล็ดพันธุ์ประจำถิ่น” แต่ผลผลิตไม่เป็นที่ต้องการของตลาดจึงเป็นที่มาในการตัดสินใจเลือกเมล็ดพันธุ์ ยังผลให้เมล็ดพันธุ์ท้องถิ่นไม่ได้รับความนิยม บางชนิดสูญหาย บางชนิดยังมีในพื้นที่แต่ปริมาณน้อยและขาดแคลน การจัดเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์จึงเปรียบได้กับการส่งต่อมรดกชีวิตที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต้องตระหนักถึงความสำคัญและเร่งสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน ทั้งนี้จากการลงพื้นที่สำรวจและทวนสอบข้อมูลเมื่อวันที่ 5 กันยายน พ.ศ.2559 ที่จังหวัดน่าน ภายใต้ความร่วมมือของตัวแทนเครือข่ายในพื้นที่ ภาพรวมสถานการณ์ปัญหาด้านการเกษตรคือ เกษตรกรไม่มีเมล็ดพันธุ์ของตนเอง ใช้เมล็ดพันธุ์จากธุรกิจอุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์ต่างๆ เกษตรกรในพื้นที่ต้องใช้สารเคมีเกษตร เมล็ดพันธุ์ท้องถิ่นส่วนหนึ่งสูญหายไปจากพื้นที่ เช่นเดียวกับเกษตรกรในพื้นที่ตำบลพระพุทธบาตรเชียงคาน อำเภอเชียงกลาง จังหวัดน่าน โดยรวมประชาชนในพื้นที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมแบบลูกไร่เกือบทั้งหมดของเกษตรกรในพื้นที่ (สัมภาษณ์, นายซื่อสัตย์ ศิริเสถียรพงศ์ ประธานกลุ่มผู้สูงอายุ) โดยมีบริษัทนำเมล็ดพันธุ์พืช ตลอดจนสารเคมีเกษตรแจกจ่ายให้กับเกษตรกรสมาชิกในระบบสัญญาของตนนำไปใช้และเมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตก็ขายคืนให้กับบริษัท ผลผลิตทางการเกษตรได้แก่ ข้าวโพด ถั่วเหลือง ยาสูบ จึงส่งผลโดยตรงกับองค์ความรู้ที่ขาดการส่งต่อความรู้เรื่องเมล็ดพันธุ์ท้องถิ่นภายในชุมชน แต่อย่างไรก็ตามกระบวนการจัดเก็บเมล็ดพันธุ์ท้องถิ่นเพื่อประโยชน์ในการเพาะปลูกรูปแบบพืชผักสวนครัวยังคงสามารถพบในกลุ่มผู้สูงอายุที่อยู่ในพื้นที่บางคนเท่านั้น จากปัญหาดังกล่าวจึงเกิดการทบทวนแนวทางในการแก้ปัญหาในการค้นหา สืบค้น เก็บรวบรวม การใช้ประโยชน์เพื่อเชื่อมโยงการถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องเมล็ดพันธุ์ท้องถิ่นสู่ชุมชนที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ต่อไป วัตถุประสงค์ 1. เพื่อสืบค้นองค์ความรู้และรวบรวมข้อมูลการใช้ประโยชน์ของเมล็ดพันธุ์ท้องถิ่นของเกษตรกรในโรงเรียนผู้สูงอายุ ขององค์การบริหารส่วนตำบลเมืองจัง อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน 2. เพื่อสังเคราะห์องค์ความรู้และเสนอแนะแนวทางในการอนุรักษ์และเผยแพร่ความรู้ที่เหมาะสม กับชุมชน ขอบเขตการดำเนินงาน ขอบเขตด้านเนื้อหา ได้แก่ การศึกษา สำรวจ รวบรวม ความหลากหลายของเมล็ดพันธุ์ท้องถิ่นของชุมชน เพื่อรวบรวมชุดข้อมูลเมล็ดพันธุ์ท้องถิ่นและการใช้ประโยชน์ เพื่อสังเคราะห์องค์ความรู้ในการเสนอแนะแนวทางในการอนุรักษ์และเผยแพร่ความรู้ที่เหมาะสมกับชุมชน ขอบเขตด้านพื้นที่การศึกษา ได้แก่ เทศบาลตำบลพระพุทธบาตรเชียงคาน อำเภอเชียงกลาง จังหวัดน่าน กลุ่มเป้าหมายผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ 1) สมาชิกโรงเรียนผู้สูงอายุของเทศบาลตำบลพระพุทธบาตรเชียงคานโดยเก็บแบบเจาะจงจำนวน 4 ราย (เนื่องจากในช่วงระหว่างที่ทำการศึกษาปัญหาและกำหนดพื้นที่ความร่วมมือในการทำวิจัยประเด็นเรื่องเมล็ดพันธุ์ถือเป็นประเด็นปัญหาหลักในพื้นที่ แต่ขาดกลุ่มเป้าหมายที่ใช้เป็นประชากรในการศึกษาอันเนื่องจากเกษตรกรเกือบทั้งหมดในพื้นที่ใช้เมล็ดพันธุ์จากบริษัทและเป็นสมาชิกในระบบเกษตรพันธสัญญา จึงไม่สามารถดำเนินการเก็บข้อมูลได้ประกอบกับเทศบาลตำบลพระพุทธบาตรเชียงคานมีแผนงานในการจัดดำเนินโครงการโรงเรียนผู้สูงอายุขึ้น จึงได้มีการปรับเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายและประเด็นในการการศึกษาใหม่โดยการสืบค้นและรวบรวมความรู้เกี่ยวเรื่องเมล็ดพันธุ์ท้องถิ่นในกลุ่มผู้สูงอายุเพื่อรวบรวมและเสนอแนะแนวทางในการอนุรักษ์และเผยแพร่ความรู้เรื่องเมล็ดพันธุ์ที่เหมาะสมกับชุมชน โดยกำหนดคุณสมบัติของผู้ให้ข้อมูลคือผู้สูงอายุที่มีประสบการในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมและหรือปัจจุบันยังคงมีกิจกรรมทางการเกษตรอยู่ โดยมีความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนในการกำหนดประชากรเป้าหมาย) 2) เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน/ผู้บริหารของ เทศบาลตำบลพระพุทธบาตรเชียงคาน ขอบเขตด้านเวลา การวิจัยครั้งนี้เริ่มดำเนินงานในเดือนพฤศจิกายน 2559 ถึงเดือนธันวาคม 2560 ประเด็นหลักในการทบทวนวรรณกรรม/กรอบแนวคิดการวิจัย 1. แนวคิดเกี่ยวกับภูมิปัญญาด้านการเกษตร 2. แนวคิดเกี่ยวกับนิเวศวัฒนธรรม 3. แนวคิดเกี่ยวกับการจัดการความรู้ 4. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง กรอบแนวคิดในการวิจัย ภาพที่ 1 กรอบแนวคิดในการวิจัย วิธีดำเนินการ แบบการวิจัยใช้ระเบียบวิธีการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research) โดยเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพจากการสืบค้นภูมิปัญญาด้านการเกษตรและการจัดเก็บเมล็ดพันธุ์ท้องถิ่น เพื่อหาแนวทางในการอนุรักษ์และเผยแพร่ภายในชุมชนอย่างเหมาะสมภายในชุมชน ซึ่งมีการดำเนินการ 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ศึกษาและรวบรวมเมล็ดพันธุ์ท้องถิ่นของชุมชนและการใช้ประโยชน์ของเมล็ดพันธุ์ ระยะที่ 2 สังเคราะห์องค์ความรู้และเสนอแนะแนวทางในการอนุรักษ์และเผยแพร่ความรู้ที่เหมาะสมกับชุมชน ในการรวบรวมข้อมูลในงานวิจัยครั้งนี้ใช้วิธีการการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) การสังเกตแบบมีส่วนร่วม (Participant Observation) และการประชุมกลุ่ม วิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ในส่วนที่เป็นข้อมูลเชิงคุณภาพ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล 1. การพัฒนาแบบบันทึกลักษณะการผลิตเมล็ดพันธุ์ท้องถิ่นโดยกำหนดเป็นพืชไร่ พืชสวน ข้าวและผัก อันจักทำให้ทราบถึงรายละเอียดของเมล็ดพันธุ์ประเภทต่างๆ จำนวน ปริมาณ แหล่งผลิตภายในพื้นที่สามารถใช้ประโยชน์ในเชิงของการกำหนดฐานข้อมูลเมล็ดพันธุ์ท้องถิ่น 2. แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้างเพื่อสังเคราะห์องค์ความรู้เพื่อการเสนอแนะแนวทางในการการอนุรักษ์และเผยแพร่ความรู้ที่เหมาะสมกับชุมชน การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่วิธีการวิเคราะห์ข้อมูล แบ่งเป็น 2 ส่วนโดยนำข้อมูลที่ได้จากการเก็บรวบรวมจัดเรียงความสัมพันธ์ของข้อมูล คือ (1) วิเคราะห์ข้อมูลบริบทของพื้นที่ด้านลักษณะทาง ภูมิศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติ พื้นที่การเกษตร วิถีชีวิต การตั้งถิ่นฐาน นิเวศวัฒนธรรมด้านการเกษตร (2) วิเคราะห์ศักยภาพด้านองค์ความรู้การอนุรักษ์และเผยแพร่ความรู้ที่เหมาะสมกับชุมชน ผลการวิจัย สถานะองค์ความรู้เรื่องเมล็ดพันธุ์ท้องถิ่น จากการศึกษาในพื้นที่พบว่า ในอดีตเกษตรกรในพื้นที่ใช้เมล็ดพันธุ์ที่มีอยู่ในท้องถิ่นเป็นหลักการพึ่งพาภายนอกน้อย ประกอบกับสภาพพื้นที่มีระบบนิเวศน์ที่เอื้อกับการทำการเกษตรคือมีแหล่งน้ำไหลผ่าน ภายหลักชุมชนได้รับผลกระทบจากกระแสทุนนิยมการเกษตรแบบพึ่งพาธรรมชาติปรับเปลี่ยนเกษตรเชิงเดี่ยว พืชที่ปลูกมากที่สุดคือ ข้าวโพด ยาสูบ และถั่วเหลือง ซึ่งเป็นที่นิยมของตลาด ภายหลังระบบธุรกิจเกษตรเข้ามามีบทบาทในพื้นที่มากขึ้น ส่งผลต่อการปรับตัวของเกษตรกรในพื้นที่อีกครั้งและเป็นการปรับตัวที่สะท้อนการพึ่งพาภายนอกมากขึ้นอีกเท่าตัว คือ เกษตรกรมีหน้าที่เพียงเป็นหน่วยแรงงานในการผลิตและเจ้าของที่ดิน ส่วนปัจจัยการผลิตอื่น ๆ อาทิ เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย สารเคมีเกษตรอื่น ๆ เป็นของบริษัทมีเพียงข้อดีในเรื่องเดียวของเกษตรพันธสัญญาคือ มีแหล่งตลาดรองรับเพราะบริษัทจะเป็นผู้รับซื้อผลผลิตโดยตรง เกษตรกรไม่ต้องหาแหล่งจำหน่าย ดังนั้นผู้ที่ยังมีองค์ความรู้หรือภูมิปัญญาเกี่ยวกับการเกษตรและเรื่องของปัจจัยการผลิตอย่างเมล็ดพันธุ์ก็คือ กลุ่มผู้สูงอายุ ดังนั้น การรวบรวมและส่งต่อองค์ความรู้จึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่และการคงอยู่ของชุดความรู้ชุมชน ชนิดและเมล็ดพันธุ์ที่สมาชิกกลุ่มมีการจัดเก็บเมล็ดพันธุ์ท้องถิ่น จากการศึกษาพบว่า ชนิดเมล็ดพันธุ์ที่เกษตรกรในพื้นที่ส่วนใหญ่ยังคงสามารถเก็บเมล็ดไว้เพื่อ การเพาะปลูกในรอบฤดูกาลถัดไปคือ พืชกลุ่มตระกูลแตง พืชตระกูลพริก พืชผักตระกูลกระหล่ำ มะเขือ ซึ่งพบได้โดยทั่วไปบริเวณรอบบ้านของเกษตรกร ถึงแม้นจะไม่ใช่พันธุ์พื้นเมืองโดยแท้จริง ซึ่งเป็นเรื่องยากมากที่จะสามารถระบุได้ชัดเจน แต่พืชกลุ่มดังกล่าวยังสามารถมีชีวิตและมีอัตราการงอกและให้ผลผลิตได้ใน รอบฤดูกาลหน้า วิธีการจัดเก็บเมล็ดพันธุ์ของชุมชน พบว่า ยังคงใช้องค์ความรู้แบบเดิมในการคัดเลือกเก็บผลที่แก่จัดและมีลักษณะรูปทรงที่ใหญ่สมบูรณ์ ผิวสวย ไม่มีแมลงกัดกิน หรือผลที่ออกเป็นรุ่นแรกในรอบการปลูกนำมาแกะส่วนเนื้อออกและนำเมล็ดออกตากแดดให้แห้งแล้วเก็บในภาชนะ เช่น ขวดแก้ว ห่อกระดาษ บรรจุถุงใส แต่ไม่มีการระบุรายละเอียดของเมล็ดพันธุ์นั้นๆ อาทิ ชื่อ ลักษณะเด่น วัน/เดือน/ปีในรอบการเก็บ เพื่อป้องกันความสับสนเรื่องและช่วงเวลาในการใช้ประโยชน์ในการขยายพัฒนาในรอบฤดูกาลต่อไป การใช้ประโยชน์จากเมล็ดพันธุ์ท้องถิ่นของชุมชน พบว่า มีการใช้ประโยชน์ใน 3 ลักษณะคือ 1. อรรถประโยชน์ด้านอาหาร พืชพรรณ/พืชผักพื้นบ้านถือเป็นวัตถุดิบหลักของอาหารไทย การคงอยู่ของเมล็ดพันธุ์ท้องถิ่นจึงสัมพันธ์โดยตรงกับวิถีวัฒนธรรมการบริโภคอาหารของชุมชน รวมไปถึงการสืบสานวัฒนธรรมการบริโภคซึ่งวัตถุดิบที่ได้จากเมล็ดพันธุ์ท้องถิ่นที่สมาชิกโรงเรียนเกษตรกรฯ เพาะปลูกไว้สามารถนำมาปรุงเป็นอาหาร รวมไปถึงแปรรูปซึ่งนับว่าเป็นการถนอมอาหารเพื่อเก็บไว้บริโภคได้นาน 2. อรรถประโยชน์สรรพคุณทางยา พืชผักพื้นส่วนใหญ่ที่สมาชิกโรงเรียนเกษตรกรปลูกไว้ใช้รับประทานส่วนใหญ่มีสรรพคุณทางยา ซึ่งเป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมในอดีตและสืบทอดกันมา อาทิ ขมิ้นชัน กระชาย กระเทียม กะเพรา ขิง ข่า ตระไคร้ บอระเพ็ด รางจืด ย่านาง เป็นต้น 3. อรรถประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม นอกจากเป็นอาหาร เป็นยา ผลผลิตที่ได้จากเมล็ดพันธุ์ท้องถิ่นของสมาชิกโรงเรียนเกษตรกรฯ ยังสามารถสร้างรายได้เสริมให้แก่ครัวเรือนจากการขายผลผลิต นอกจากนี้ยังมีคุณค่าอื่น ๆ แฝงที่เกี่ยวพันกับวิถีชีวิต วิธีคิด วิธีการจัดการ ภูมิปัญญาของเกษตรกรแต่ละคนที่แตกต่างกัน ก่อเกิดการแบ่งปัน แลกเปลี่ยนกันสร้างสรรค์คุณค่าทางจิตใจและความสัมพันธ์ภายในชุมชน รวมไปถึงการอนุรักษ์เก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ท้องถิ่นไว้ในมือของเกษตรกรยังมีส่วนหนุนเสริมเรื่องของระบบนิเวศของทรัพยากรธรรมชาติให้สมดุลอีกช่องทางหนึ่ง การจัดการความรู้แบบมีส่วนร่วมในการจัดการเมล็ดพันธุ์ท้องถิ่น ในการศึกษาการจัดการความรู้เรื่องเมล็ดพันธุ์ท้องถิ่นของกลุ่มสมาชิกเกษตรกรโรงเรียนชาวนา คณะผู้วิจัยได้นำหลักการของ Ikujiro Nonaka and Hirotaka Takeuchi (1995) ที่ว่าด้วยความรู้ของคนถูกสร้างผ่านกระบวนการปฏิสัมพันธ์ (Interaction) ระหว่างความรู้ฝังลึกในคน (Tacit Knowledge) กับความรู้ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) โดยผ่านวิถีการปรับเปลี่ยนความรู้ใน 4 ลักษณะ (Four Modes of Knowledge Conversion) หรือที่เรียกว่า “วงจรเซกิ (SECI)” เพื่ออธิบายการเกิดความรู้และการจัดการความรู้ร่วมกันของสมาชิกกลุ่มโรงเรียนชาวนาในการจัดการเมล็ดพันธุ์ท้องถิ่นดังนี้ Socialization เป็นกระบวนการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ข้อคิดเห็น ความเชื่อ วิธีการที่เป็นแนวปฏิบัติส่วนบุคคลของสมาชิกร่วมกับคนในชุมชน การสังเกตปรากฏการต่างๆ ของระบบนิเวศน์เกษตรของพื้นที่ และการประยุกต์ใช้ในแปลงเกษตรของตนเองเป็นรายบุคคล ทั้งนี้ภายใต้กระบวนการดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า สมาชิกทุกคนมี “ภูมิรู้ที่เกิดจากการประกอบอาชีพเกษตรกรรม” เป็นทุนเดิมและภูมิรู้ที่เรียกว่า “ภูมิปัญญาชาวบ้าน” ที่เป็นความรู้ฝังอยู่ในตัวบุคคล และได้รับความรู้ใหม่จากการส่งเสริมการเกษตร การจัดอบรม หรือแม้กระทั่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเกษตรกรด้วยกันเอง และวนกลับเป็นความรู้ภายในตัวสมาชิกอีกครั้งตามศักยภาพของแต่ละบุคคล จึงกล่าวโดยสรุปได้ว่า กระบวนการเรียนรู้ด้านการเกษตรเกิดจากกรระบวนการลงมือปฏิบัติอย่างต่อเนื่องจากแปลงเกษตรของตนเองและเติมเต็มความรู้ความเชี่ยวชาญจากคุณลักษณะการเรียนรู้เฉพาะบุคคลและการเข้าร่วมเวทีการเรียนรู้สาธารณะที่มีในชุมชน และประมวลเป็นความรู้ความเข้าใจที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง Externalization เป็นกระบวนการเปลี่ยนความรู้ในรูปแบบของ Tacit to Explicit ซึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ที่ฝังลึกในตัวบุคคล ไปเป็นความรู้ที่ผู้อื่นสามารถเข้าถึงได้ให้อยู่ในรูปแบบที่สามารถถ่ายทอดให้เข้าใจได้ง่าย รวมทั้งสามารถเก็บเป็นความรู้ขององค์กรได้ ผลการศึกษาพบว่า กระบวนการนี้ไม่มีความชัดเจนในเรื่องการเขียน การบันทึก แต่สามารถอธิบายขยายความเมื่อเกิดข้อคำถามได้และสามารถถ่ายทอดให้ผู้อื่นได้รับรู้ ทั้งนี้ในการทำหน้าที่รวบรวมและจัดเก็บองค์ความรู้ที่บุคคลอื่นสามารถเข้าถึงได้คงต้องอาศัยบุคลากรจากหน่วยงานหรือกลุ่มเด็กและเยาวชนที่มีความถนัดในเรื่องของการบันทึก เรียบเรียงควบคู่การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเก็บรวบรวมเพื่อความสะดวกในการเข้าถึงองค์ความรู้ดังกล่าวที่เหมาะกับยุคสมัยในปัจจุบัน Combination เป็นกระบวนการรวมความรู้ในแขนงต่างๆ กันเข้าด้วยกันเพื่อก่อให้เกิดการสร้างความรู้ใหม่ ซึ่งเป็นกระบวนการเปลี่ยนความรู้ในรูปแบบ Explicit to Explicit เป็นการนำเอาความรู้ชัดแจ้งที่มีอยู่มากมายหลากหลายมาจัดระบบให้เป็นแนวความคิด ที่นำไปสู่การก่อตัวของระบบความรู้ วิถีการเปลี่ยนความรู้ในรูปแบบนี้ได้รวมถึงการผนวกเอาองค์ความรู้ที่ต่างกันเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งจากการศึกษาพบว่า ไม่มีความชัดเจนในกระบวนการนี้อย่างชัดเจนมากนัก เพราะส่วนใหญ่เกษตรกรในพื้นที่มีการประยุกต์ใช้องค์ความรู้ในเชิงของปัจเจกบุคคลการประกอบกับการจัดการเมล็ดพันธุ์ท้องถิ่นที่เกษตรกรส่วนใหญ่ดำเนินการนั้นเป็นพืชในกลุ่มพืชผักที่ปลูกไว้รับประทานในครัวเรือนเป็นหลักความหลากหลายของชนิดพันธุ์มีน้อย จัดเก็บเมล็ดพันธุ์ในปริมาณที่น้อยสำหรับขยายพันธุ์ (ทำเจื้อ/ทำเชื้อ/ทำพันธุ์) และกระบวนการในการแบ่งปันยังถือเป็นวิถีชีวิตปกติของคนในพื้นที่ Internalization เป็นกระบวนเรียนรู้จากการกระทำซึ่งเป็นการเปลี่ยนความรู้ชัดแจ้งที่อยู่ในรูปของเอกสาร ให้อยู่ในรูปของทักษะหรือความสามารถของบุคคล กลับมาเป็นความรู้ฝังลึกในตัวบุคคลอีกครั้งและเมื่อถูกกระตุ้นกระบวนการเรียนรู้ในเรื่องเดิมก็จะปรากฏกระบวนการทวนซ้ำองค์ความรู้จะถูกนำมาปฏิบัติหรือแลกเปลี่ยนอีกครั้ง หรือถูกกระตุ้นด้วยกระบวนการสร้างองค์ความรู้ใหม่ก็จะปรากฏภาพการทบทวนตนเองว่ามีชุดความรู้ใดบ้างที่ฝันในตัวเราเพื่อเป็นฐานรองรับหรือกระบวนการสร้างองค์ความรู้ใหม่ก็เกิดขึ้นวนซ้ำในกระบวนการและตกผลึกทางความคิดเป็นความรู้ส่วนบุคคลอีกครั้ง ทั้งนี้กระบวนการเรียนรู้ของโรงเรียนชาวนาสามารถสะท้อนดังรายละเอียดในภาพประกอบนี้ 1. ผู้นำ ทั้งที่เป็นผู้นำแบบทางการและไม่เป็นทางการ และกลุ่มผู้นำที่มีอิทธิพลทางความคิดกับเกษตรกรในชุมชนและสามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในเชิงนโยบายได้เพื่อรูปธรรมการจัดการสืบค้นและอนุรักษ์ ควบคู่กับการบูรณาการทุนทางสังคมในการกระตุ้นการเรียนรู้ของชุมชนหรือการมีแหล่งเรียนรู้ของชุมชนเพื่อเป็นการเปิดพื้นที่การเรียนรู้สาธารณะ 2. การบูรณาการระบบภูมิปัญญาท้องถิ่นในการจัดการเกษตรและเมล็ดพันธุ์ เพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของชมชน ตลอดจนการประยุกต์หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้เพื่อสร้างโอกาสในการเรียนรู้ การทบทวนตนเองจากสถานการณ์ปัญหาการประกอบอาชีพเกษตรของตนเองและแสวงหาทางออกในการแก้ไขปัญญาหาทั้งในระดับปัจเจกและระดับชุมชน 3. การสร้างผู้นำแห่งการเรียนรู้ใหม่ หมายถึง ปลูกฝักกระบวนการเรียนรู้ในการตระหนักและเห็นความสำคัญของภูมิปัญญาดั้งเดิมของชุมชน การศึกษาเพื่อให้เกิดความเข้าใจอัตลักษณ์ของชุมชนเพื่อการสืบสานและร่วมเป็นหนึ่งในการขับเคลื่อนการอนุรักษ์ผ่านรูปแบบของหลักสูตรชุมชนให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ การสังเคราะห์องค์ความรู้การศึกษาและพัฒนาแนวทางในการอนุรักษ์และเผยแพร่ความรู้เรื่อง เมล็ดพันธุ์ที่เหมาะสมกับชุมชน กระบวนการเรียนรู้ของชุมชน การสร้างกระบวนการเรียนรู้ของชุมชนโดยการสนับสนุนโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานรัฐอื่น ๆ ที่เน้นรูปธรรมที่ชัดเจน อาทิ 1.การประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการดำเนินงานส่งเสริมภาคการเกษตรควบคู่กับการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ชุมชนเพื่อเปิดพื้นที่ในการกระตุ้นการเรียนรู้ร่วมกันของสมาชิกในชุมชน 2.การสร้างกระบวนการเรียนรู้และการสืบทอดภูมิปัญญาผ่านการถ่ายทอดสู่กลุ่มเด็กและเยาวชนในพื้นที่ทั้งในส่วนของหลักสูตรท้องถิ่นเพื่อการเรียนรู้อัตลักษณ์/รากเหง้าของชุมชน 3.การพัฒนาหรือส่งเสริมสนับสนุนกลุ่มการเรียนรู้ชุมชนในการเพิ่มประสิทธิภาพการนำระบบภูมิปัญญาองค์ความรู้สู่การสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเกษตรกรที่มีการรวมตัวในพื้นที่เพื่อ กระบวนการหนุนเสริมของภาควิชาการ กระบวนการหนุนเสริมภาควิชาการจักเป็นแนวทางในการยกระดับองค์ความรู้ด้านเมล็ดพันธุ์ ท้องถิ่นหรือความหลากหลายทางพันธุกรรมพืชในท้องถิ่นนอกเหนือจากกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่แล้วนั้น กระบวนการหนุนเสริมของภาควิชาการจึงเป็นเรื่องสำคัญ ควรหนุนเสริมโดย การสร้างเครือข่ายถ่ายทอดเทคโนโลยีชุมชนและการพัฒนาคน โดยเน้นกระบวนการพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้เพื่อการบริหารจัดการในฐานะการเป็นแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการเกษตรและการจัดการความหลากหลายทางพันธุกรรมท้องถิ่นและการเชื่อมโยงเครือข่ายด้านองค์ความรู้ เครือข่ายแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์ เครือข่ายการเรียนรู้ดูงานเพื่อสร้างแรงบันดาลใจแก่เกษตรกรในการต่อยอดการเรียนรู้ สรุปผลการวิจัย ผลการศึกษาพบว่า ในการพัฒนาการการเรียนรู้เพื่อการการอนุรักษ์และเผยแพร่ความรู้เรื่องเมล็ดพันธุ์ที่เหมาะสมกับชุมชนตำบลพระพุทธบาตรเชียงคานจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้กระบวนการกลุ่มหรือพลังของชุมชนในการเข้ามามีส่วนร่วมในการค้นหาองค์ความรู้ ภูมิปัญญาด้านการเกษตรและความหลากหลายของพันธุกรรมพืชหรือเมล็ดพันธุ์ท้องถิ่น ตั้งแต่กระบวนการทบทวนสถานการณ์เรื่องเมล็ดพันธุ์ของท้องถิ่นที่มีความสำคัญกับการกำหนดรูปแบบของการเกษตรในพื้นที่ สาเหตุที่แท้จริงของปัญหาและแนวทางในการแก้ไขปัญหาทั้งนี้เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการดำเนินงานผู้นำชุมชนทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ ผู้นำกลุ่มการเรียนรู้ชุมชน กลุ่มอาชีพ ต่างๆ ในพื้นที่ต้องให้ความสำคัญและสามารถนำแนวคิดการจัดการความรู้มาปรับใช้โดยเน้นการสร้างกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมของชุมชนในการสืบค้น การจัดเก็บความรู้และการสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ที่สามารถนำไปเผยแพร่ซึ่งจะเป็นการต่อยอดความรู้อันนำไปสู่การเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้อย่างยั่งยืน ภายใต้กระแสเกษตรธุรกิจที่ชุมชนกำลังเผชิญอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อภิปราย จากผลการศึกษาและการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องพบว่า กระบวนการเรียนรูที่กระตุ้นให้เกิดความรู้ความเข้าใจที่สามารถนำสู่การเปลี่ยนแปลงและปฏิบัติได้จริงของโรงเรียนชาวนาสัมพันธ์กับแนวคิดการจัดการความรู้ของ Ikujiro Nonaka and Hirotaka Takeuchi (1995) ที่ได้กล่าวไว้ในลักษณะของการเกิดความรู้จากอดีตถึงปัจจุบันและมีการต่อยอดกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องในการประยุกต์ใช้ประกอบอาชีพตามหลักแนวคิดเกี่ยวกับภูมิปัญญาด้านการเกษตร แต่กระบวนการในการสืบค้น รวมรวมความรู้เป็นเรื่องที่ต้องสร้างการตระหนักรู้ร่วมกันและความสามารถในการประยุกต์ใช้แนวคิดการจัดการความรู้แบบมีส่วนร่วมทั้งชุมชนเพื่อเกิดแนวปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมควบคู่กับการเผยแพร่องค์ความรู้ต่อสาธารณะที่สามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวก ทั้งนี้ผลการศึกษายังชี้ให้เห็นว่า การจัดกิจกรรมการสืบค้นความรู้ ภูมิปัญญาความหลากหลายทางพันธุกรรมท้องถิ่นเฉพาะแค่สมาชิกของชุมชนบางกลุ่มอาจไม่ก่อให้เกิดการตระหนักรู้ การรับรู้ภายในชุมชน ประกอบกับต้องได้รับความร่วมมือในการตระหนักรู้ของผู้นำชุมชนที่มีบทบาทกับการขับเคลื่อนเชิงนโยบาย อันจะหนุนเสริมการเรียนรู้ในการจัดการอนุรักษ์และเผยแพร่เพื่อการรับรู้อย่างทั่วถึงและเหมาะสมของชุมชน ข้อเสนอแนะ 1 ข้อเสนอแนะเพื่อการนำไปใช้ แนวทางในการปรับใช้เรื่องของหลักสูตรท้องถิ่นในการการศึกษาและพัฒนาแนวทางในการอนุรักษ์และเผยแพร่ความรู้เรื่องเมล็ดพันธุ์ที่เหมาะสมกับชุมชนควรควรมีการนำไปปรับใช้อย่างเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน ทั้งนี้เนื่องจากเป็นการสร้างกระบวนการเรียนรู้ของสมาชิกในชุมชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเด็กและเยาวชนเพื่อหนุนเสริมกลุ่มผู้นำการเรียนรู้รุ่นใหม่ 2 ข้อเสนอเชิงนโยบาย การดำเนินกิจกรรมของกลุ่มโรงเรียนผู้สูงอายุควรได้รับการหนุนเสริมในเรื่องของการสร้างพื้นที่การเรียนรู้แบบสาธารณะที่ไม่จำกัดเพียงแค่สมาชิกกลุ่มผู้สูงอายุด้วยกันเอง และเมล็ดพันธุ์ท้องถิ่นที่มีการรวบรวมไว้กว่า 30 ชนิด ควรได้ทำหน้าที่ในการเป็นเครื่องมาที่มีส่วนสร้างกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องมากกว่าการเก็บรวบรวมมาไว้ที่สำนักงาน ผ่านรูปแบบของแปลงเกษตรร่วมหรือการแบ่งปันสำหรับผู้ที่สนใจนำไปปลูกเพื่อให้ได้ผลผลิตและนำส่งเมล็ดพันธุ์คืนกลับมาที่สำนักงานเพื่อให้เกิดการหมุนเวียนเมล็ดพันธุ์ 3 ข้อเสนอแนะเพื่อการวิจัยต่อไป ควรมีการพัฒนากระบวนการสืบค้น รวบรวมเพื่อการอนุรักษ์และเผยแพร่สู่การจัดการเมล็ดพันธุ์ในเชิงระบบมีการแบ่งปันเพื่อการใช้ประโยชน์และการส่งคืนเมล็ดพันธุ์กลับมาที่กลุ่มเพื่อการหมุนเวียนเมล็ดพันธุ์ภายในชุมชนและควรมีการต่อยอดการจัดการในรูปแบบของเครือข่ายเมล็ดพันธุ์เพื่อสร้างการเรียนรู้อย่างยั่งยืนร่วมกันในอนาคต
เอกสารงานวิจัย
  1. การศึกษาและพัฒนาแนวทางในการอนุรักษ์และเผยแพร่ความรู้เรื่องเมล็ดพันธุ์ที่เหมาะสมกับชุมชน

ผลการใช้ประโยชน์ในพื้นที่

Notes

ข้อมูลจากระบบ LRD : Local Research Development System.

ย้อนกลับ