ข้อมูลงานวิจัย รายงานข้อมูล

งานวิจัยรื่อง การศึกษารูปแบบการทำการเกษตรแบบผสมผสาน กรณีศึกษา ตำบลบัวใหญ่ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน
Study of integrated farming A case study of the Tambon BUA Yai, Amphoe na Noi of Nan province

นักวิจัย
หัวหน้าโครงการ : อาจารย์ชวลิต รักษาริภรณ์
ผู้ร่วมวิจัย :
ผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่ :
วัตถุประสงค์
1. เพื่อศึกษารูปแบบการทำเกษตรแบบผสมผสานของเกษตรกร ตำบลบัวใหญ่ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน 2. เพื่อสังเคราะห์วิธีการทำเกษตรแบบผสมผสานของเกษตรกร ตำบลบัวใหญ่ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน
คำสำคัญ
ปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ
บทคัดย่อย
จังหวัดน่านเป็นจังหวัดที่มีประชากรประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่ร้อยละ 90 ของประชากรในจังหวัด เนื่องจากมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเกษตรเป็นอย่างยิ่ง มีพื้นที่ทางการเกษตร 1,135,549 ไร่ (สำนักงานเกษตรจังหวัดน่าน, 2555) พืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย ได้แก่ ข้าวนาปี, ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์, ยางพารา, ลำไย, ลิ้นจี่, ถั่วเหลือง และข้าวนาปรัง ซึ่งมีการผลิตพืชที่หลากหลายมาก ทั้งนี้เนื่องจากมีสภาพภูมิประเทศที่แตกต่างกันมากในแต่ละอำเภอ ส่วนอำเภอนาน้อย เป็นที่ตั้งของตำบลบัวใหญ่ซึ่งเป็นพื้นที่วิจัย พบว่าพื้นที่มีภูเขาล้อมรอบมักทำให้อากาศร้อนจัดในฤดูร้อนและหนาวจัดในช่วงฤดูหนาว ทำให้มีความหลากหลายของระบบการปลูกพืช ทั้งทางกายภาพ ชีวภาพ เศรษฐกิจ และสังคม มีพื้นที่การเกษตรกรรมเพียงเล็กน้อยตามที่ราบช่องเขา มีลำน้ำแหงเป็นลำน้ำสายหลักที่ใช้ในการทำการเกษตรที่อยู่ตอนกลางของลุ่มน้ำน่าน ครอบคลุมพื้นที่ อำเภอนาหมื่น อำเภอนาน้อย และอำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน สภาพภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขาลาดชัน เกษตรกรประกอบอาชีพปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นหลักในช่วงฤดูฝน และทำนาไว้บริโภคเองในครัวเรือน พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ลาดชัน และพื้นที่สูง ซึ่งเกษตรกรในพื้นที่ส่วนใหญ่นิยมปลูกพืชเดี่ยว ได้แก่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์, ยางพารา, ลำไย และลิ้นจี่ ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมาการผลิตพืชของเกษตรกรส่วนใหญ่มุ่งเน้นด้านการผลิตเพื่อให้ได้ผลผลิตสูง ส่งผลให้ต้นทุนปัจจัยด้านการผลิตเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช และปุ๋ยเคมีที่เพิ่มปริมาณมากขึ้น ในขณะเดียวกัน ในกรณีของพืชสำคัญทางเศรษฐกิจในปี 2558 (กรมวิชาการเกษตร, 2547) พืชได้ดูดซึมปุ๋ยในดินติดไปกับผลผลิตจากพื้นที่เพาะปลูก 68.8 ล้านไร่ จำนวน 549,900 ต้นของธาตุอาหาร (N + P2O5 + K2O) ที่สูญเสียไปมีจำนวนรวม 707,700 ตัน แต่เกษตรกรใส่ปุ๋ยชดเชยเพียง 253,500 ตันเท่านั้น หรือชดเชยในอัตราส่วน 1:2.79 ซึ่งต่ำกว่าอัตราส่วนการใส่ปุ๋ยชดเชยในปี 2558 จึงทำให้พื้นที่การเกษตรเสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็ว (กรมพัฒนาที่ดิน, 2545) ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ ทั้งสภาพดินที่เสื่อมโทรมลง การปนเปื้อนสารเคมีในน้ำ เกิดการพังทลายของดินสูง และดินมีความอุดมสมบูรณ์ของดินต่ำ ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาด้านเศรษฐกิจโดยรวมของจังหวัด จากการศึกษาและวิเคราะห์ประเด็นปัญหาของเกษตรกรในพื้นที่ตำบลบัวใหญ่ พบว่า เกษตรกรนิยมปลูกพืชเชิงเดี่ยวและใช้ประโยชน์จากพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม ทำให้เกษตรกรมักประสบปัญหาต้นทุนการผลิตสูงแต่รายได้ต่ำ ดังนั้น แนวทางการวิจัยการศึกษารูปแบบการทำการเกษตรแบบผสมผสาน กรณีศึกษา ตำบลบัวใหญ่ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน ได้ทำการศึกษาวิเคราะห์ และสังเคราะห์การจัดการพื้นที่ของเกษตรกรต้นแบบ ในตำบลบัวใหญ่ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน เพื่อเป็นแนวทางในการทำเกษตรแบบผสมผสานให้กับเกษตรกรในพื้น เพื่อเป็นแนวทางทำให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและมีรายได้ต่อหน่วยพื้นที่เพิ่มขึ้น เกิดความยั่งยืนในการผลิตพืชผลทางการเกษตร
เอกสารงานวิจัย
  1. 1 หน้าปก บทคัดย่อ สารบัญ บัวใหญ่ Final
  2. 2 บท 1-5 องค์การบริหารส่วนตำบลบัวใหญ่ อ.นาน้อย จ.น่าน Final
  3. สรุป

ผลการใช้ประโยชน์ในพื้นที่

Notes

ข้อมูลจากระบบ LRD : Local Research Development System.

ย้อนกลับ